การ “เลือก” ผู้จัดการศูนย์ชุมชนกะดีจีน-คลองสาน: บททดลองที่ท้าทาย

 

สำหรับใครหลายคน การเลือกตั้งอาจเท่ากับการกากบาทกระดาษหนึ่งแผ่นแล้วจบไป

แต่จิโอวานนี่ ซานโตริ (Giovanni Sartori) นักรัฐศาสตร์ชาวอิตาเลี่ยนเคยกล่าวไว้ว่าระบบเลือกตั้งเป็นเครื่องมือที่สามารถบิดเบือนการเมืองได้อย่างเจาะจงทึ่สุด”(the most specific manipulative instrument of politics) สอดคล้องกับบทเรียนหนึ่งจากหนังสือEuropean Democracies ที่มาร์คัส ครีพาส ได้เขียนไว้ว่าคนมักคิดว่าประชาธิปไตยนั้นเท่ากับความยุติธรรม แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการประเมินว่าสิ่งที่ประชาชนได้เขียนลงไปในบัตรเลือกตั้งนั้นถูกแปลงให้เป็นที่นั่งในรัฐสภาหรือตำแหน่งทางการเมืองอย่างไรบ้างถึงแม้บ้านเราจะไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้สักเท่าไหร่ มีขบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการปฎิรูประบบเลือกตั้งอยู่หลายประเทศไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส หรือแม้แต่เพื่อนบ้านเราอย่างในมาเลเซียเองก็ตาม ก็เพื่อให้ได้ผลการเลือกตั้งที่ตนคิดว่าดี แม้แต่ในระดับย่าน กติกาในการเลือกและนับคะแนนก็สำคัญไม่แพ้กัน เราจึงมาพูดคุยกับ คุณพีรวิชญ์ ขันติศุข นักวิจัยด้านการเมือง ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง  ผู้รับคำท้ามาออกแบบระบบการเลือกผู้จัดการศูนย์ชุมชนย่านกะดีจีน-คลองสาน ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้

 

ช่องโหว่ของการกากบาท

ในเกือบทุกประเทศที่มีการเลือกตั้ง ประชาชนจะมีสิทธิ์เลือกหนึ่งคนหรือหนึ่งพรรคการเมืองเข้ามาทำหน้าที่ แต่ในระบบที่ประชาชนกากบาทครั้งเดียวบนบัตรเลือกตั้งนี้ เท่ากับว่า หากคนที่คุณเลือกไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งของคุณก็ถูกโยนทิ้งไปทันที (ABC) อีกข้อครหาสำหรับระบบนี้คือ คนที่ได้รับเลือกมากที่สุดและชนะการเลือกตั้ง อาจได้คะแนนจากประชาชนน้อยกว่าครึ่งเสียด้วยซ้ำ

 

ในการเลือกตั้งแบบนั้น คุณอาจจะได้คนที่คุณรักที่สุด แต่คนๆ นั้นอาจทำงานไม่ได้กับทุกคน สมมุติว่าเสียงข้างมากของผู้สมัคร ที่ได้รับเลือกมาจากหนึ่งชุมชน แต่ชุมชนอื่นๆ ไม่สามารถทำงานกับผู้ที่ชนะได้เลย ปัญหาจึงเกิดขึ้น เราอย่าลืมว่าเสียงข้างมากอาจจะไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำอาจจะเป็นแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคุณพีรวิชญ์ กล่าว

การเลือกระบบการเลือก

คุณพีรวิชญ์ อธิบายความท้าทายของการออกแบบการเลือกผู้จัดการครั้งนี้ว่าก่อนเริ่มออกแบบการเลือกผู้จัดการศูนย์ชุมชนย่านกะดีจีน-คลองสาน คุณจะต้องเข้าใจสังคมก่อนเพื่อที่จะได้ผู้นำที่ทำงานกับชุมชนได้ง่ายและสอดคล้องกับสังคม เวลาออกแบบระบบเลือกตั้งเราต้องดูทั้งตัวตั้งและตัวรับ ตัวตั้งในที่นี้คือชุมชน ส่วนตัวรับคือศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมืองที่จะต้องทำงานกับชุมชนนี้ต่อไป อย่างที่เรารู้กัน ย่านนี้มี 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ แต่นี่เป็นเพียงมิติเดียวของความหลากหลายในย่านนี้ ยังมีเรื่องสถานะทางการเงิน ทางสังคมในลักษณะอื่นอีก นอกจากนั้น ย่านยังมีความหลากหลายในอีกหลายรูปแบบ เช่น การใช้สอยพื้นที่ในย่าน บางคนเป็นผู้อยู่อาศัย บางคนมาทำงานที่นี่

 

 

ระบบการเลือกสำหรับย่านที่หลากหลาย

ความแตกต่างระหว่างระบบเลือกตั้งที่เราคุ้นเคยกับระบบที่การเลือกผู้จัดการกะดีจีน-คลองสาน คือ:

1.       แทนการกากบาท ชาวย่านจะเขียนเลย 1-6 หน้าชื่อผู้สมัคร เรียงลำดับตามความชอบ

2.      หลังปิดหีบเลือกตั้ง ทีมงานจะนับคะแนนเป็นรอบๆ

a.      ในการนับคะแนนในรอบที่1 เรานับเฉพาะผู้สมัครที่ได้รับเลือกในลำดับที่หนึ่งเท่านั้น และเมื่อผลออกมา ปรากฎว่ามีผู้สมัครท่านไหนได้รับคะแนนในลำดับที่1 เกิน 50 เปอร์เซ็นต์หรือเสียงข้างมากแบบเด็ดขาด ให้ถือว่าผู้สมัครท่านนั้นเป็นผู้ชนะ แต่หากไม่มีผู้สมัครท่านใดได้รับเลือกเป็นลำดับ 1 มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ทีมงานจะหาว่าผู้สมัครท่านไหนได้รับเลือกเป็นอันดับ 1 น้อยที่สุด ซึ่งผู้สมัครที่ได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่งน้อยที่สุดจะโดนคัดออกจากการแข่งขัน

b.      ทีมงานคัดแยกบัตรเลือกตั้งที่เลือกผู้สมัครที่ตกรอบออกมานับใหม่ เพื่อดูว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกผู้สมัครท่านใดเป็นลำดับรองลงมา(ลำดับที่ 2) คะแนนของบัตรเหล่านั้นจะถูกโอนไปให้ผู้สมัครที่ปรากฎ

c.      หากยังไม่ปรากฎว่าผู้สมัครท่านใดได้รับคะแนนเสียงข้างมากเด็ดขาด ผู้สมัครที่ได้คะแนนน้อยที่สุดลำดับต่อไปจะถูกคัดออก แล้วทีมงานดูว่าบัตรเลือกตั้งเหล่านั้นเลือกผู้สมัครท่านใดเป็นลำดับรองลงมาคะแนนของบัตรเหล่านั้นจะถูกโอนไปให้ผู้สมัครที่ได้รับเลือกเป็นลำดับรองลงมา

d.     ในทุกๆ รอบ บัตรเลือกตั้งที่เลือกผู้สมัครที่มีคะแนนนิยมน้อยที่สุดของรอบนั้นจะถูกแยกออกมา เพื่อดูว่าบัตรเลือกตั้งเหล่านั้นเลือกใครเป็นอันดับรองลงมา แล้วคะแนนจากบัตรแต่ละใบก็จะถูกโอนไปให้ผู้สมัครที่ถูกเลือกเป็นอันดับรองลงมาจากแต่ละใบ จนกระทั่ง หนึ่งในผู้สมัครได้รับคะแนนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเสียงทั้งหมดหรือในกรณีที่บัตรหมดสิ้นคะแนนโอน(Exhausted)มาก อาจใช้เพียงเสียงข้างมากธรรมดา

ลองดูวิดีโอนี้ที่สาธิตระบบเลือกตั้งตามความพึงพอใจ” (Preferential Voting System)

 

 

เสียงของทุกคนถูกนับจริงๆ

คุณพีรวิชญ์ อธิบายเพิ่มเติมว่าระบบการเลือกตั้งนี้ทำให้บัตรเลือกตั้งทุกใบนั้นถูกนับ ทำให้เสียงของทุกคนถูกนับจริงๆ ในระบบเก่าหากคุณไม่ได้เลือกคนที่ชนะ ไม่ได้อยู่ใน 25 เสียงใหญ่ บัตรเลือกตั้งคุณก็จะถูกโยนทิ้งไป แต่ในระบบนี้ผู้สมัครที่คนรักมากที่สุดก็อาจจะไม่  ชนะ หากคนที่รักเขามีแค่กระจุกตัวเดียวหรือแค่ 25 คนนั้น ในระบบนี้ต้องมาดูกันต่อว่า ใครที่สามารถเข้ากับทุกคนได้มากที่สุด...เขาจะเข้ากับทุกคนได้ ทุกคนจะยอมรับเขาได้ในระดับหนึ่ง เราจึงมักจะได้คนกลางๆ ที่ไม่สุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งบนความหลากหลายของกะดีจีน-คลองสาน ที่มีสามศาสนา สี่ความเชื่อเราจะทำยังไงให้คนที่ได้รับเลือกมาสามารถเข้ากับทุกคนได้และเป็นตัวแทนของคนทุกกลุ่มได้ไม่มากก็น้อย? เราก็เลือกใช้วิธีนี้เลือกแบบนี้ล่ะ

 

-ทีมงานศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมืองเรียนรู้การนับคะแนนรูปแบบใหม่-

 

อย่าแคร์แค่คนกลุ่มเดียว

มากไปกว่าการทำให้บัตรลงคะแนนทุกใบถูกนับ การเลือกตั้งระบบนี้ยังท้าทายให้ผู้สมัครแต่ละท่านไม่แค่เพียงเพิ่มความเข้มแข็งในฐานเสียงที่ตนเองมีอยู่แล้ว แต่นำความต้องการของประชาชนกลุ่มอื่นๆ มาประยุกต์ในนโยบายของตนเอง เพื่อขยายฐานเสียงของเขาและทำให้นโยบายของเขาดูน่าสนใจขึ้นสำหรับคนมากกว่าหนึ่งกลุ่มอีกด้วย (broad-based appeal) ระบบนี้ป้องกันไม่ให้ผู้สมัครที่ชนะการเลือก ดูแลประชาชนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในย่านอันหลากหลาย (Ace Project)

 

ประเทศที่ใช้ระบบนี้หลักๆ ก็จะมีออสเตรเลีย ที่ใช้ระบบนี้เลือกส.ส. เนื่องจากออสเตรเลียมีความหลากหลายทางสังคมสูง มีทั้งคนพื้นถื่น (Aboriginal Australians) คนเชื้อสายจีนย้ายไปอยู่ใหม่ คนอังกฤษ ความหลากหลายตรงนี้ทำให้ออสเตรเลียเลือกใช้ระบบนี้ นอกจากนี้ก็มีปาปัวนิวกินีที่เคยใช้ระบบนี้และเปลี่ยนไปใช้ระบบเขตเดียวเบอร์เดียวเสียงข้างมากธรรมดาแบบที่เราคุ้นเคยกันทำให้ส.ส.กว่าครึ่งของสภาได้เข้ามาด้วยคะแนนที่น้อยกว่าร้อยละ 20 และส.ส.ในหลายเขตชนะด้วยเสียงเพียงไม่ถึงร้อยละ 5 ปาปัวนิวกินีจึงหันมาใช้ระบบเดินคือระบบแบบที่เราเลือกใช้กับย่านเพื่อยุติปัญหาการชนะด้วยคะแนนที่น้อยมากหรือที่เรียกว่า เสียงแตก และนอกจากนี้ยังเป็นการช่วยจัดการความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย วิธีการเลือกแบบนี้เป็นการหาความสมดุลย์ระหว่างความต้องการที่หลากหลายอย่างแท้จริงคุณพีรวิชญ์ เสริม

  

 

บททดลองที่ท้าทาย

 

ท้ายที่สุดแล้วการเลือกผู้จัดการศูนย์ชุมชนครั้งนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น เราเลือกระบบนี้ด้วยเหตุผลบางประการและเราก็รู้ถึงจุดอ่อนของมันตั้งแต่เราเลือกแล้ว อย่างที่เราคุยกับทีมว่า หนึ่ง ระยะเวลาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกผู้จัดการศูนย์ครั้งนี้มีค่อนข้างจำกัด สองเรากังวลเรื่องความเข้าใจของคนในย่านต่อระบบการเลือกเพราะนี่เป็นจุดอ่อนของระบบนี้ หลายคนไม่คุ้นเคยกับระบบ และสาม เพราะตัวระบบเองอาจทำให้เกิดความไม่เป็นสัดส่วนได้ นี่เป็นสามข้อกังวลหลักของเราที่เคยคุยกันแล้วในที่ประชุมก่อนเริ่มงานแล้วคุณพีรวิชญ์ สรุป เช่นเดียวกับการเริ่มต้นอื่นๆ หลายมิติเกี่ยวกับการเลือกตั้งยังคลุมเครือ แต่ทุกคำถามล้วนมากับโอกาสที่จะได้เรียนรู้ เพราะนี่คือบททดลองที่อาจยกระดับงานชุมชนไทยในมิติที่ยังไม่เคยมีใครกล้าทำ

 

ติดตามการเลือกผู้จัดการศูนย์ชุมชนย่านกะดีจีน-คลองสานของชาวย่าน ผ่านชุมชนออนไลน์LoveKadeejeen หรือมาเลือกผู้สมัครศูนย์ชุมชนย่านกะดีจีน-คลองสานร่วมกันที่ โรงเรียนส่งเสริมพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร วันที่ สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 09.30-15.00 น.