ขนมผสมเรื่องราว จากโปรตุเกสสู่ย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ

ขนมผสมเรื่องราว
จากโปรตุเกสสู่ย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ

โดย ธรกมล เรียงวงศ์

 

ทานอาหาร ทานอย่างไรให้อร่อย?

นอกเหนือไปจากฝืมือการทำอาหารที่ถูกปาก วัตถุดิบที่ถูกใจนั้น สิ่งหนึ่งที่ทำให้อาหารรสชาติพิเศษขึ้นมาก็คือการกินเรื่องราวของอาหารไปพร้อมๆกันกับการละเลียดรสชาติจากจานตรงหน้า 

ในย่านกะดีจีน-คลองสาน ย่านแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม และความเชื่อแบบจีน มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยาในฐานะเป็นเมืองหน้าด่าน สืบเนื่องต่อมาในช่วงกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในฐานะศูนย์กลางการปกครองและย่านที่พักอาศัยของขุนนางและย่านการค้าทางน้ำ ความเจริญรุ่งเรืองทางการค้าทำให้พื้นที่ละแวกนี้คึกคักด้วยเหล่าพ่อค้านานาชาติที่เข้ามาตั้งบ้านเรือนและทำการค้าขาย เกิดเป็นชุมชนหลากหลายชาติพันธุ์ทั้งแขก จีน ลาว โปรตุเกส

ประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน วิถีชีวิต ความเชื่อ และความหลากหลายของผู้คนในย่านกะดีจีน-คลองสาน คลุกเคล้าเป็นอาหารชาวย่าน เอกลักษณ์เฉพาะตัวอาหารตำรับฝรั่งโปรตุเกส อาหารตำรับจีน ตำรับแขก และ กลมกล่อมทั้งรสชาติและเรื่องราว 

พื้นที่แห่งความหลากหลายนี้ก็เปิดโอกาสให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ผสมปนเปกันของวัฒนธรรมอย่างแยกออกจากกันได้ยาก อย่างเช่นขนมฝรั่งกุฎีจีนจากชุมชนชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสและขนมบดินจากชุมชนแขก ที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมโปรตุเกสแต่นำมาดัดแปลงแตกต่างกันไป 

 

 

ขนมฝรั่งกุฎีจีน เกิดขึ้นพร้อมกับการเข้ามาของวัฒนธรรมการใช้ไข่ทำของหวานของชาวโปรตุเกส มีลักษณะคล้ายกับกับขนมไข่ของชาวโปรตุเกสที่เรียกว่า “Que Que” (เก้ก กือ) ในภายหลังเกิดการดัดแปลงและเกิดเป็นสูตรเฉพาะตัวของชุมชนกุฎีจีน ใช้ไข่เป็ด น้ำตาลทรายและแป้งสาลี ตีจนขึ้นก่อนนำไปอบในเตาถ่านโบราณ จนทำให้มีความกรอบ หนา นุ่มใน และมีกลิ่นหอม เนื้อขนมออกมีความร่วนและกรอบเล็กน้อย

 

 

ขนมฝรั่งกุฎีจีน ขนมที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ชื่อ มีที่ชุมชนกุฎีจีนแห่งนี้เท่านั้น ชุมชนที่มีเสน่ห์ด้วยบรรยากาศริมแม่น้ำ บ้านเรือนรูปแบบสถาปัตยกรรมรัตนโกสินทร์สลับกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ชาวชุมชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกและมีศูนย์รวมจิตใจของชุมชนที่โบสถ์ซางตาครู้ส โบสถ์เก่าแก่ริมน้ำ สะท้อนลักษณะวิถีชีวิตของชาวชุมชน



ในระยะเดินถึงที่ไม่ไกลนักจากชุมชนกุฎีจีน ชุมชนกุฎีขาว เป็นชุมชนของพี่น้องชาวมุสลิม ลักษณะบ้านเรือนติดกัน ไม่มีแนวรั้วมากนัก มีมัสยิดบางหลวงตั้งอยู่ใจกลางชุมชน มัสยิดทรงไทยหลังแรกของโลก หน้าบันลวดลายปูนปั้นพานพุ่มเทิดล้อมรอบด้วยลายดอกพุดตานก้านแย่ง ผู้คนเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส ทางด้านอาหารการกินก็ได้รับอิทธิพลจากชุมชนมุสลิมในแถบฝั่งธนบุรีที่ใกล้เคียงกัน เช่นขนมบดินที่ได้รับอิทธิพลมากจากชุมชนมัสยิดสวนพลู 

 

ขนมบดิน เป็นขนมอบใส่ถาด ตัดเป็นชิ้น แต่งหน้าด้วยผลไม้แห้ง ได้รับอิทธิพลมาจากขนมฝรั่งกุฎีจีนเชื้อสายโปรตุเกส  จากส่วนผสมที่มีเพียงไข่ น้ำตาลทรายและแป้งสาลี ขนมบดินแตกต่างตรงที่ความฉ่ำและแน่นของ นมข้น และเนย  โดยจะใช้เนยที่เป็นเนยของชาวมลายูในย่านสวนพลู ที่เรียกว่า กี  ส่วนคำว่า บดินสันนิษฐานว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “หม้อดิน” ซึ่งก็คือภาชนะที่ใช้ในการอบขนม 



 

 

ถึงจะมีที่มาจากอิทธิพลของขนมโปรตุเกสที่เหมือนกัน แต่ที่ไปนั้นแตกต่าง เพิ่มลดส่วนผสมกลายเป็นขนมฝรั่งกุฎีจีนและขนมบดิน ทีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อร่อยทั้งรสชาติ อร่อยทั้งเรื่องราวที่มาที่ไป อร่อยไปทั้งบรรยากาศและวิถีชีวิตของผู้ปรุงรสสร้างสรรค์ขนมเหล่านี้

 

อาหารที่อร่อยอาจมีองค์ประกอบหลายอย่าง แต่เรื่องราวที่มาที่ไปของอาหารรวมไปถึงบรรยากาศขณะทานอาหารก็เป็นส่วนที่สำคัญที่ทำให้รสชาติพิเศษมากขึ้น ย่านกะดีจีน-คลองสาน หนึ่งในชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร แอบซ่อนเรื่องราวมากมายในจานอาหาร มรดกวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมต่างๆ สะท้อนแนวคิด วิถีชีวิตของผู้คน ที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง เรียนรู้ และรักษา เพื่อให้เรื่องราวของย่านสร้างความพิเศษให้กับอาหารของย่านต่อไป