ขยะ : เรื่องส่วนตัว ภาระส่วนรวม

ขยะ : เรื่องส่วนตัว ภาระส่วนรวม

โดย พัทธนันท์ เสฏฐ์ธเนศ

 

 

เดินจากบ้านไปปากซอยเพื่อจะต่อรถมาทำงานทุกเช้า ฉันมักหิ้ว “ขยะถุงน้อยๆ” จากบ้านไปทิ้งที่ถังขยะ “สักถัง” อยู่เสมอ ที่ต้องบอกว่า “สักถัง” เพราะระยะทางที่ฉันเดินราว 400 เมตรในย่านงามวงศ์วาน ซึ่งเป็นย่านการค้าพานิชยกรรม เชื่อมต่อกับย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นอย่างไร้รอยต่อ แถมยังมีบริการขนส่งสาธารณะหลายรูปแบบ (คือจะบอกว่าไม่ใช่ย่านร้าง) ทว่าฉันกลับไม่เคยพบถังขยะสาธารณะแม้แต่ถังเดียว ที่พอจะรองรับ “ขยะถุงน้อยๆ” ของฉันได้แม้แต่ถังเดียว

 

ในทางกลับกัน หรือจะบอกว่าเป็นผลของกันและกันก็ได้ ภาพที่ฉันพบเสมอในทุกเช้ากลับเป็นกองขยะที่เกลื่อนกลาดเต็มถนน ขยะส่วนใหญ่ เห็นจะเป็นหีบห่อผลิตภัณฑ์ ก้นบุหรี่ หลอดดูด ถุงพลาสติก ถุงพลาสติก.....และถุงพลาสติก

 

ขยะมันมากมายมหาศาลชนิดที่ว่า ถ้าแคมเปญอันโด่งดังในอดีตอย่าง “ตาวิเศษเห็นนะ - ทิ้งขยะปรับชิ้นละ 2,000 บาท” ยังคงดำเนินการอยู่ ป่านนี้ กทม. คงร่ำรวยไปไหนต่อไหนแล้ว !

 

สุดท้าย “ขยะถุงน้อยๆ” ของฉันก็ถูกทิ้งตามถังขยะเล็กๆ ที่วางตามหน้าอาคาร บ้านเรือน หรือร้านสะดวกซื้อ ซึ่งหลายถังก็ระบุอย่างชัดเจนว่า “ถังขยะส่วนบุคคล”  

 

(ที่มาภาพ : Google street view)

 

ฉันเคยถามตัวเองว่าขยะมากมายมหาศาลมันเดินทางมาจากที่ไหนกัน?  ฉันจึงทดลองสังเกตการณ์ย่านที่พักอาศัยและก็ได้คำตอบในเย็นวันหนึ่งหลังเลิกงานนั่นเอง

 

              ฉันพบว่าต้นตอของเศษอาหาร ถุงพลาสติกใส่น้ำเหนียวๆ  ไม้เสียบลูกชิ้น ขยะแห้งจำพวกลังกระดาษซ้อนกันกองพะเนิน ถุงพลาสติกบรรจุขยะในขยะ ฯลฯ แถมด้วยน้ำเหลวไหลเมือกส่งกลิ่นคละคลุ้ง และพื้นที่ที่หนูและแมลงสาบวิ่งป้วนเปี้ยนหาเศษอาหาร ก็ล้วนมาจากกิจกรรมของเพื่อนร่วมย่านทั้งสิ้น และแน่นอนส่วนหนึ่งของมันก็มาจากตัวฉันเอง

 

 

ย่านที่พักอาศัยของฉัน มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า-อาหารทุกรูปแบบ กิจกรรมการค้าเกิดขึ้นตั้งแต่เช้ากระทั่งค่ำมืดดึกดื่น แน่นอนว่าขยะที่มากองรวมกันก็ต้องมาจากกิจกรรมการค้าขายนั่นแหละ ขยะพวกนี้ถูกกองแทบทุกตารางเมตรในซอย ไม่เว้นแม้กระทั่งจุดขึ้น - ลงรถสาธารณะของคนจำนวนมาก

 

จากการสังเกตการณ์ ทำให้เกิดข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงขยะที่เกิดขึ้นว่า แท้ที่จริงแล้วการสร้างขยะนั้นเกิดจากตัวบุคคล แต่กลับทำให้เป็นความรับผิดชอบของคนกลุ่มหนึ่ง และส่งผลกระทบต่อคนอีกกลุ่มหนึ่งหรือส่วนรวมอย่างชัดเจน

 

             “แล้วระบบจัดการขยะของเมืองใหญ่ๆ มันเป็นอย่างไรกัน” เป็นคำถามที่ฉันอยากรู้คำตอบจริงๆ  

 

 

 

 

 

หากมองตัวอย่างการจัดเก็บขยะของประเทศอื่น ใกล้ตัวเช่น ประเทศเกาหลีใต้ จากที่เคยได้มีโอกาสไปเที่ยว ฉันมีคำถาว่าทำไมประเทศเขาถึงสะอาด อากาศดี และไม่มีฝุ่นเหมือนบ้านเรา และได้มีโอกาสดูคลิปวีดิโอหนึ่งในยูทูบ  

 

 

(ที่มาภาพ :https://www.youtube.com/watch?v=HPYCW2548lg)

 

 

               คนไทยซึ่งอาศัยในย่านชนบทประเทศเกาหลีใต้ เล่าวิธีการจัดการขยะส่วนตัวและนโยบายจัดการขยะของรัฐ เช่น การออกกฎหมายชัดเจน จัดสรรพื้นที่สำหรับเก็บขยะเฉพาะ มีช่องสำหรับแยกขยะชัดเจน แบ่งเป็นขยะสด หรือเศษอาหาร ขยะรีไซเคิลประเภทขวดพลาสติก กระป๋องเบียร์ กระป๋องอาหาร แยกจากกัน ถุงพลาสติกใช้แล้ว กล่องลัง เป็นต้น โดยจะมีกล้องวงจรปิดบริเวณที่แยกขยะนี้และหากผู้ใดแยกผิดก็จะต้องโดนปรับ

 

 

 (ที่มาภาพ :www.globalsources.com)

 

 

 

 

(ที่มาภาพ :https://10mag.com/your-complete-guide-to-garbage-disposal-in-south-korea/)

  

 

 

   

(ที่มาภาพ :https://www.livinko.com/how-to-dispose-the-garbage-in-korea/)

 

 

ส่วนแนวทางจัดการขยะที่น่าสนใจในเขตเมืองซึ่งมีประชากรหนาแน่นกว่า คือ การคัดแยกขยะตามสีของถุงขยะ รัฐได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า เจาะจงว่าถุงสีใดใส่ขยะประเภทใด เช่น ถุงสีเหลืองใส่ขยะสด ถุงสีเขียวสำหรับใส่ขยะเปียก เศษอาหารต่างๆ (เทของเหลวออกก่อนทิ้ง) หรือ ถุงสีขาวสำหรับใส่ขยะทั่วไป  ทั้งนี้ เพื่อให้คนแยกขยะตามประเภท หากบ้านหลังไหนมีขยะเยอะก็ต้องซื้อถุงบรรจุเยอะ ช่วยให้รัฐได้มีเงินในการจัดการขยะ อีกทั้งยังทำให้ประชาชนมีจิตสำนึกในการจัดการขยะ ถ้าคุณสร้างขยะ คุณต้องซื้อถุงเพื่อกำจัดขยะเหล่านั้นด้วย โดยการทิ้งขยะก็เช่นกัน

 

 

 

(ที่มาภาพ:http://internet-directory-web.com/waste-recycling-in-germany/ )

 

 

หรือในอีกวิธีการจัดการขยะที่ฉันประทับใจคือประเทศเยอรมนี สำนักข่าวระดับโลกยกให้เยอรมันเป็นเมืองแห่งขยะรีไซเคิลระดับโลก เริ่มจากการบริหารจัดการขยะโดยการบังคับใช้กฎหมาย “Closed Substance Cycle and Waste Management Act” ในปี 1996 บังคับใช้ให้ทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อส่วนรวมหรือขยะของส่วนตนไม่ให้เป็นภาระผู้อื่น มีการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดวางถังขยะไว้สำหรับแยกขยะชัดเจน มาถึง 6  ประเภท และมีจุดทิ้งขยะเฉพาะเช่น ขยะอันตรายก็จะมีรถมารับขยะโดยเฉพาะ มีตู้สำหรับทิ้งขยะรีไซเคิล ประเภท ขวดน้ำพลาสติก แก้วน้ำ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมก็ได้ถูกควบคุมตั้งแต่การผลิตเลย ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ของสินค้า หีบห่อต้องสามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้ด้วย

 

 

 

( ที่มาภาพ:https://www.theguardian.com/world/2018/mar/30/has-germany-hit-the-jackpot-of-recycling-the-jurys-still-out )

 

จะเห็นได้ว่าการจัดการขยะของทั้งเกาหลีใต้และเยอรมนีนั้น มีจุดเริ่มต้นเดียวกันนั่นคือความร่วมมือของประชาชนทุกคน ในฐานะต้นทางของขยะทั้งหลาย ชวนให้คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ที่เหมือนประชาชนจะกลายเป็นผู้มีอิสระเสรีในการจัดการขยะมากที่สุด นั่นคือ เพียงแค่ทิ้งลงถังเท่านั้น (บางคนกลับไม่สนใจถังขยะเสียด้วยซ้ำ)

 

เพื่อไม่ให้เป็นภาระของส่วนร่วม ทุกคนจึงควรปรับพฤติกรรมการจัดการขยะส่วนตัว เพื่อให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงสามารถดำเนินการจัดการได้อย่างสะดวก เป็นระบบ และสามารถนำขยะไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น เช่น การรีไซเคิลและรียูสที่ได้ยินบ่อยครั้ง หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนขยะเป็นเงิน ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายเมืองใช้ลดปริมาณขยะเหลือทิ้ง หรือที่เรียกว่า Zero waste ขยะเป็นศูนย์

 

             หากทุกคนเข้าใจและร่วมใจกันปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และได้รับการส่งเสริมหรือสนับสนุนจากภาครัฐมีระบบการจัดการขยะที่ดีและถูกต้อง สนับสนุนเรื่องการจัดการขยะส่วนเกินหลังจากประชาชนได้ปฏิบัติที่เริ่มจากตนเองแล้ว ภาพที่ไม่น่ามองพร้อมกลิ่นฟุ้งของกองขยะมหาศาลล้นกรุงที่ฉันพบเจอทุกเมื่อเชื่อวันก็จะไม่เกิดขึ้น ประเทศของเราก็จะสะอาดอย่างเช่นประเทศอื่น ทั้งยังส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม หรือมลพิษทางด้านสิ่งแวดล้อมก็จะดีขึ้น น่าอยู่ขึ้นอีกด้วย