คุยในย่าน ทองหล่อ-เอกมัย : เพราะเมืองคือการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับพื้นที่

 

ทองหล่อ-เอกมัย : เพราะเมืองคือการเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับพื้นที่

 

 

 

ว่ากันว่าทองหล่อไม่เคยหลับใหล ตอนกลางวันพลุกพล่านไปด้วยคนทำงาน และกิจการร้านรวงต่างๆ พอตอนกลางคืนก็คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวยามราตรี ทองหล่อในวันนี้จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของนักลงทุน พื้นที่ทุกตารางเมตรมีมูลค่าแพงระยับ ทำให้ตอนนี้ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนทองหล่อก็คล้ายกับว่ากำลังโตวันโตคืน

 

ท่ามกลางกระแสการพัฒนาในพื้นที่ โครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี ขอชวนคุณมาร่วมสำรวจความเป็นไปในย่านทองหล่อผ่านการค่อยๆ เดินเลาะตรอกซอกซอยของย่าน ด้วยการแวะชมพื้นที่สาธารณะใจกลางเมืองอย่างสวนครูองุ่น มาลิก และแวะคุยกับสอง active citizens ในย่านที่ช่วยขยายความให้เห็นว่ารูปธรรมของเมืองที่เดินได้เดินดีจะช่วยสร้างสรรค์ให้เกิดมูลค่าใดบ้างในพื้นที่

 

 

 

ความจำเป็นของพื้นที่สาธารณะ

 

แม้จะเป็นพื้นที่แค่เพียง 250 ตารางวา แต่สำหรับทองหล่อที่มีมูลค่าที่ดินสูงลิบ ที่ดินของ ‘สวนครูองุ่น มาลิก’ ที่ปากซอยทองหล่อ 3 ก็ถือว่าราคาสูงไม่แพ้ใคร คุณจิ๊บ ผู้จัดการสวนครูองุ่นฯ เล่าให้เราฟังว่าเดิมทีพื้นที่ตรงนี้เป็นบ้านของครูองุ่น มาลิก ที่ทำสวนหน้าบ้านเปิดไว้ให้ลูกหลานแรงงานหรือแม่บ้านที่ทำงานแถวนี้ได้มาวิ่งเล่น ด้วยความที่ครูองุ่นอุทิศตัวให้การทำงานเพื่อสังคม จึงได้ฝากฝังไว้ว่าให้พัฒนาที่ดินผืนนี้เพื่อประโยชน์สาธารณะ และเมื่อครูจากไปมูลนิธิกระจกเงาจึงขอรับหน้าที่ดูแลสวนฯ ต่อ ด้วยจุดมุ่งหมายที่ตรงกันว่า ต้องการขยายพื้นที่สาธารณะภายในเมืองที่ซึ่งจะเป็นจุดประกายของวิถีชีวิตที่สร้างสรรค์ของเด็กในชุมชนละแวกใกล้เคียง

 

 

ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ

 

 

 

สวนครูองุ่นฯ ในทุกวันนี้จึงเต็มไปด้วยความหลากหลายทางกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น workshop สำหรับเด็กในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือโครงการในอนาคตที่ชาวสวนกำลังช่วยกันพัฒนาห้องเรียนทางเลือกเพื่อให้ผู้รู้กับผู้อยากรู้มาเจอกัน

 

 

 

 à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ หนึ่งคนขึ้นไป, ต้นไม้, ต้นพืช และสถานที่กลางแจ้ง

 

 

 

สวนนี้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาอาศัยจริงๆ ทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง เด็ก นักท่องเที่ยว หรือแม้แต่พี่วินมอเตอร์ไซค์ แม่บ้าน ช่างก่อสร้าง เวลาว่างๆ เขาก็จะมานั่งพักนั่งเล่นในสวนกัน สวนนี้จึงเป็นที่ที่ทุกคนได้เข้ามาใช้สอยอย่างแท้จริง ก่อนจะมีสวนนี้ พ่อแม่ก็มักจะพาลูกไปห้าง แต่พอมีสวน ช่วงเช้าก็จะมีแม่บ้านพาลูกมาเล่นบ่อทราบ มารดน้ำต้นไม้ มาเรียนรู้กัน ช่วงบ่ายก็จะมีมาอีกเซ็ตหนึ่ง แล้วเสาร์-อาทิตย์เราก็จัดกิจกรรมสำหรับเด็กๆ ไว้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นคอมมูนิตี้ใหม่สำหรับทุกคน”

 

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, กำลังนั่ง และข้อความ

 

 

 

คุณจิ๊บยังย้ำให้เห็นความจำเป็นที่เราต้องมีพื้นที่สาธารณะในละแวกบ้านว่า พื้นที่สาธารณะจะเป็นตรงกลางของการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในเมือง เสมือนเป็นโอเอซิสให้คนได้หายใจ และยังช่วยส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับคนทุกวัย ที่สำคัญคือพื้นที่สาธารณะยังกระตุ้นให้เกิดการเดินของผู้คนเพื่อเข้าใช้สอย ทั้งหมดทั้งมวลจึงถือเป็นการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของคนเมืองไปโดยปริยายนั่นเอง

 

 

 

 

เมืองเดินได้ไม่จำเป็นต้องมีที่จอดรถ

 

นอกจากพื้นที่สาธารณะที่ชาวย่านเห็นร่วมกันว่ามีความจำเป็นต่อพวกเขา การเดินก็ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีการเดินทางสำคัญชาวทองหล่อเลือกใช้ นั่นจึงทำให้ร้านค้าหรือคาเฟ่หลายแห่งในทองหล่อไม่จำเป็นต้องมีที่จอดรถเตรียมไว้สำหรับลูกค้า เพราะพวกเขาวางตัวชัดเจนแล้วว่า ใครๆ ก็มาได้ด้วยการเดินเท้า

 

 à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ สถานที่กลางแจ้ง

 

 

ตอนที่คิดอยากเปิดร้านไม่เคยคิดถึงเรื่องที่จอดรถเลย เพราะในหัวเนี่ย ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนก็ไม่เคยต้องคิดเรื่องที่จอดรถ แต่กลายเป็นว่าเพื่อนคนไทยบอกว่า เฮ้ย นี่มันเป็นปัญหาที่ใหญ่มากถ้าเปิดร้านแล้วไม่มีที่จอดรถ เพื่อนบอกว่าลองดู สักเดือนสองเดือน เชื่อเหอะว่าคนไทยไม่มา แต่ปรากฏว่าเราเปิดร้านมาได้ปีสองปีไม่มีปัญหาเลย เพราะว่าลูกค้าทุกคนน่ารักมาก หลายคนก็จะนั่งบีทีเอสแล้วเดินมา เหมือนกับว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งในคนเดินมากขึ้น”

 

 

 

 à¹ƒà¸™à¸ à¸²à¸žà¸­à¸²à¸ˆà¸ˆà¸°à¸¡à¸µ 1 คน, กำลังยิ้ม, กำลังนั่ง และข้อความ

 

 

 

คุณหนู เจ้าของร้าน Broccoli ผู้เชื่อมั่นในการเดินเท้ายังเล่าให้ฟังว่า เราสามารถทำให้การเดินเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันได้ ผ่านการเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆ ในย่าน ดังนั้นหากเราพัฒนาพื้นที่ปลายทางไว้รองรับการเดินของผู้คน ก็จะกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสร้างสรรค์รวมถึงเกิดการเชื่อมต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนและพื้นที่มากขึ้น และนั่นจึงเป็นคำตอบว่า เหตุใดเมืองที่เดินได้เดินดีจึงไม่จำเป็นต้องมีที่จอดรถนั่นเอง

 

 

 

เมืองเดินได้ช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจให้พื้นที่

 

ข้างต้นคือคำบอกเล่าของคุณบ๊อบบี้ ผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจที่มีการประกอบการอยู่ในย่านทองหล่อ ที่ช่วยยืนยันว่าหากเราสร้างสรรค์พื้นที่ที่หลากหลายและดึงดูดความต้องการของผู้ใช้งาน ก็จะทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ เพิ่มการเดินเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสัมผัสประสบการณ์ในย่านมากขึ้น

 

ผมว่าทองหล่อมันโตเป็นหย่อม มันเดินได้ส่วนหนึ่ง แล้วก็เดินไม่ได้ส่วนหนึ่ง ถ้าสังเกตจริงๆ ตรงที่เดินได้แสดงว่าตรงนั้นมีการพัฒนาพื้นที่ ตรงไหนที่มีการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตรงนั้นก็จะเดินได้ แล้วการเดินมันค่อนข้างเกี่ยวกับการพัฒนามูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ แน่นอนครับ ถ้าคุณขับรถผ่านตรงนี้ คุณก็จะเอาแต่มองถนน รถหยุดก็เล่นมือถือ แต่เวลาคุณเดิน คุณจะซึมซับบรรยากาศต่างๆ นี่จึงทำให้ทองหล่อมีพื้นที่แบบ open air เยอะ เพราะคนเดินกันเยอะ”

 

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, ข้อความ

 

 

ชายหนุ่มยังเสริมว่าหากทองหล่อพัฒนาเรื่องความปลอดภัย จากพื้นที่เดินได้ก็จะกลายเป็นพื้นที่เดินดีที่ทำให้ย่านเกิดการพัฒนาได้อีกเยอะ เพราะการเดินจะช่วยทำให้เกิดการไหลเวียนของผู้คนในพื้นที่ จนส่งแรงผลักดันผ่านความต้องการพื้นที่ ‘เดินดี’ ที่จะทำให้ย่านค่อยๆ ปรับเปลี่ยนรูปโฉมทั้งพื้นที่สาธารณะและพื้นที่เอกชนเพื่อรองรับเหล่านักเดินทั้งในและนอกพื้นที่

 

 

จากสามตัวอย่างข้างต้นจึงช่วยตอกย้ำให้เราเห็นว่า การส่งเสริมการเดินเท้าไม่ใช่เพียงแค่การรณรงค์ให้คนออกมาเดินกัน แต่คือการพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เหมาะสมทั้งด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความมีชีวิตชีวาที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยการร่วมใจกันปรับเปลี่ยนย่านให้มีความหลากหลายของกิจกรรมซึ่งจะช่วยดึงดูดให้ผู้คนเข้าถึงผ่านการเดินได้มากยิ่งขึ้น

 

 

หากอยากเช็คให้แน่ใจว่าย่านทองหล่อเป็นเมืองเดินได้เดินดีที่แวดล้อมไปด้วยวัฒนธรรมอันหลากหลายจริงหรือไม่ ทางเดินเท้าจะกลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่เข้าถึงและเชื่อมต่อคนกับเมืองรวมถึงย่านที่พวกเขาอยู่อาศัยได้อย่างไรบ้าง ขอเชิญมาร่วมติดตามการเปลี่ยนแปลงเมืองที่สนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมการเดินเท้าไปกับเรา โครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี

 

 

เรื่องและภาพ : นลินี ฐิตะวรรณ