จากเส้นทางเหล่าฮิปสเตอร์ สู่ เส้นทางร้อยเรียงมรดกวัฒนธรรม เดิน-ส่อง-ย่าน กะดีจีน-คลองสาน

จากอารีย์-ประดิพัทธ์ สู่ กะดีจีน-คลองสาน ภาคต่อของเส้นทางการเดินที่จะบอกให้คุณรู้ว่า เดินที่ไหนยังไงก็ไม่เหมือนกัน

 

ก่อนจะมาเป็นเดิน-ส่อง-ย่าน กะดีจีน-คลองสาน

 

กิจกรรมเดิน-ส่อง-ย่าน จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2560 ครั้งนั้นจัดขึ้นที่ร้าน fab cafe Bangkok ร้านกาแฟดีไซน์สะดุดตา และยังเป็น Co-working space อีกด้วย กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี (Good walk) โดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) และ 101 world. ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

 

เส้นทางส่องย่าน อารีย์-ประดิพัทธิ์ แบ่งออกเป็น 3 เส้นทางหลักคือ 1.Dynamic Walk: เดินแล้วเปลี่ยน เส้นทางที่ 2. Historic Walk: เดินใหม่ไปเก่า และเส้นทางสุดท้าย Walkability Test: เดินให้เห็น ทั้งสามเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่เดินเพื่อให้เห็นความหลากหลายของพื้นที่ย่านที่อยู่อาศัย จนเติบโตเป็นย่านพาณิชย์ ที่ได้รับความสนใจจากคนนอกพื้นที่และอยากจะมาเดินลัดเลาะบนถนนสายนี้

 

กิจกรรมเดิน-ส่อง-ย่าน อารีย์-ประดิพัทธิ์

 

เส้นทางเดิน-ส่อง-ย่านอารีย์-ประดิพัทธิ์

 

ในวันที่เท้าก้าวแรกของคุณได้สัมผัสถนนที่ชื่อว่าอารีย์-ประดิพัทธิ์ คุณจะรู้สึกได้ว่าที่นี่มันไม่ธรรมดา เพราะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และแผงลอย ที่มีอาหารหลากหลายเรียงรายรอให้คุณได้เข้าไปจับจ่ายใช้สอย แผงลอยที่นี่ถูกจัดระเบียบให้สามารถอยู่คู่กับทางเท้าได้อย่างลงตัว ทำให้เรารู้สึกว่าแผงลอยรอบๆ เป็นเหมือนตัวเพิ่มสีสันให้กับคนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมา และเป็นแหล่งฝากท้องของเหล่าพนักงานออฟฟิศและข้าราชการทั้งหลายในย่าน

 

เมื่อคุณเดินจาก BTS เข้าไปในซอยอารีย์ในระยะการเดิน 700-800 เมตร ซึ่งเป็นระยะทางการเดินที่คนกรุงเทพฯ พอใจที่จะเดินเท้าไปยังสถานที่ต่างๆ คุณจะได้เห็นความแปลกใหม่ในอีกมิติหนึ่งนั่นก็คือ ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว เหมาะกับนักเดินแนวฮิปสเตอร์ ที่กำลังมองหาร้านนั่งชิลในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือมานั่งพบปะกับกลุ่มเพื่อน

 

ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์เป็นเหมือนตัวแทนของความหลากหลายในมิติของความเป็นย่านที่อยู่อาศัยและเป็นย่านพาณิชย์ที่สามารถผนวกรวมกันได้อย่างน่าประทับใจ ผลการศึกษาของโครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดี ในระยะที่ 1 และ 2 พบว่าอารีย์-ประดิพัทธ์เป็นย่านที่มีคะแนนเดินได้สูงสุดที่ 72 คะแนน บวกกับคะแนนเดินดีสูงสุดที่ 68 คะแนน (คำนวณจาก GoodWalk Score หรือ คะแนนการเดินได้ จากสถานที่ดึงดูดการเดิน) ด้วยเหตุนี้ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์จึงถูกหยิบมาเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของโครงการเมืองเดินได้-เมืองเดินดีในระยะที่ 3 ที่จะเสนอแนวทางการออกแบบทางเท้าและปรับปรุงพื้นที่ย่านตัวอย่างของกรุงเทพมหานคร

 

walk score อารีย์-ประดิพัทธิ์

 

 

จากเส้นทางเหล่าฮิปสเตอร์ สู่ เส้นทางร้อยเรียงมรดกวัฒนธรรม

หากเทียบอารีย์-ประดิพัทธิ์ เป็นเส้นทางของเหล่าฮิปสเตอร์ เราก็ขอเทียบกะดีจีน-คลองสาน เป็นพื้นที่ร้อยเรียงมรดกวัฒนธรรม บางคนอาจจะเบื่อหน่ายกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างซับซ้อนและเข้าใจยาก แต่เส้นทางเดิน-ส่อง-ย่าน กะดีจีน-คลองสาน อาจจะทำให้ความรู้สึกของคุณเปลี่ยนไป

 

ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง และ 101 world ได้สานต่อกิจกรรมเดิน-ส่อง-ย่าน พร้อมจับมือร่วมกันกับมูลนิธิประชาคมย่านกะดีจีน-คลองสาน, ศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนธนบุรี ภายใต้การสนับสนุนจากบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เพื่อเป็นการเปิดเส้นทางการเดินและยกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงมรดกและวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น


เดิน-ส่อง-ย่าน กะดีจีน-คลองสานในครั้งนี้เริ่มต้นกันที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสวนสมเด็จย่า ก่อนที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 73 ท่านจะแยกย้ายเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเลือก ซึ่งเส้นทางเดิน-ส่อง-ย่านในครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 เส้นทางคือฝั่งกะดีจีน และฝั่งคลองสาน  

 

แผนที่เดินทางกะดีจีน

 

 

เส้นทางที่ 1  เส้นทางสำรวจย่านกะดีจีน: ลิ้มลอง หลากหลาย กลิ่นอายนานาชน

เริ่มต้นจุดสตาร์ทกันที่สวนสมเด็จย่า ก่อนที่ทุกคนจะเดินทางสำรวจเส้นทาง ผ่านจุดแรกที่เป็นเหมือนตัวแบ่งระหว่างกะดีจีน-คลองสาน นั่นก็คือสะพานพระปกเกล้าและสะพานด้วน ก่อนจะลัดเลาะไปตามศาสนสถานสำคัญอย่างวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร มีพระบรมธาตุมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากยูเนสโก เมื่อปี 2556 และเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรางวัล

 

เมื่อเดินออกจากวัดไม่ไกล ก็จะพบกับวัดซางตาครู้ส ศาสนสถานที่เป็นเหมือนศูนย์รวมความศรัทธาของชาวคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิค ซึ่งมีบรรพบุรุษมาจากชาวโปรตุเกสที่ได้อพยพถิ่นฐานเข้ามาตั้งรกรากครั้นย้ายราชธานีจากอยุธยามาธนบุรี ถัดมาไม่ไกลบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะได้เจอกับบ้านหลุยส์ วินด์เซอร์ บ้านไม้เก่าแก่เรือนขนมปังขิงที่สลักลวดลายได้อย่างวิจิตรปราณีต และศาลเจ้าเกียนอันเกง หรือศาลเจ้าแม่กวนอิม ศาสนสถานของชาวจีนฮกเกี้ยน

 

เดินทางผ่านหมุดหมายสำคัญประมาณ 3-4 ที่ ก็มาถึงสถานที่สุดท้ายของเส้นทางย่านกะดีจีนนั่นก็คือ มัสยิดกุฎีขาว หรือมัสยิดบางหลวง เป็นมัสยิดทรงไทยหลังเดียวในโลก อาคารมัสยิดหลังสีขาวโพลน ตัดกับหลังคาสีเขียวทรงหน้าจั่วแบบไทยๆ ถูกสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 3 ตลอดเส้นทางเราจะสัมผัสได้ว่า ย่านมีความหลากหลายทางด้านสถาปัตยกรรม ศาสนสถาน และวัฒนธรรม จนได้รับชื่อขนานนามว่าเป็นย่านเก่าแก่ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ การอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมนับว่าเป็นจุดเด่นเฉพาะตัวของย่าน

 

 

แผนที่เดินทางคลองสาน

 

 

เส้นทางที่ 2 เส้นทางสำรวจย่านคลองสาน: ลัดเลาะ เส้นทางลึกลับ วัฒนธรรมริมน้ำ

เริ่มต้นกันที่สวนสมเด็จย่าเช่นเดียวกัน โดยสถานที่แรกที่เราจะได้เจอนั่นก็คือศาลเจ้าพ่อเสือ เป็นเหมือนจุดรวมใจของคนไทยเชื้อสายจีนในชุมชนแถบนี้ เมื่อกราบไหว้ขอพรกันเสร็จแล้วก็เริ่มเดินทางกันต่อ หากเดินทางไปตามแผนที่ เราจะเจอกับมัสยิดกูวติลอิสลาม ที่มีการสร้างบนที่ดินของตระกูลบุนนาค ตระกูลเก่าแก่ของไทย จุดต่อไปมีความน่าสนใจไม่แพ้กันก็คือโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะ และโรงเกลือแหลมทอง เป็นจุดพักเกลือที่มาจากสมุทรสาครและสมุทรสงคราม สัญลักษณ์ความรุ่งเรืองของฝั่งคลองสานในอดีต

 

เมื่อลัดเลาะไปตามเส้นทางริมน้ำ ก็จะเจอโกดังเซ่งกี่ เป็นโรงหนังวัวหนังควายของชาวจีนที่เคยรุ่งเรืองเมื่อ 80 ปีก่อน ปัจจุบันเป็นที่เก็บสมุนไพรจากทั้งไทยและเทศ ถัดไปไม่ไกลจะสังเกตุเห็นประตูทางเข้าลึกลับความกว้างขนาดพอดีตัวคนหนึ่งคน ที่สามารถเข้าไปยังมัสยิดตึกขาวหรือมัสยิดเซฟีของกลุ่มพ่อค้าชาวอินเดียจากกุจราต นับถือศาสนาอิสลาม นิกายชีอะห์ ที่เดินทางมาค้าขายในสยาม จากเส้นทางที่เงียบสงบจะกลายเป็นเส้นทางที่รวมวิถีชีวิตของคนที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา เพราะคุณจะได้เจอกับเส้นทางที่เป็นแหล่งจับจ่ายทางเศรษฐกิจนั่นก็คือท่าดินแดง ที่มีร้านค้าและตลาดยาวเป็นกิโล

 

สถานที่ที่ถูกพูดถึงจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากที่สุดก็คงจะเป็นวังค้างคาว หรือบ้านกระดูกช้าง หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่คาดคิดเลยว่า กรุงเทพฯ จะมีสถานที่แบบนี้ด้วย” ที่นี่เคยเป็นที่พักสินค้าประเภทของป่า กระดูกสัตว์ หนังสัตว์และเป็นโรงเก็บอากร เป็นอาคารแบบเก๋งจีนอีกหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และที่มาของคำว่าวังค้างคาวนั้น เป็นเพราะที่แห่งนี้มีค้างคาวจำนวนมากอาศัยอยู่ในบ้าน เมื่อถึงเวลาพลบค่ำก็จะมีค้างคาวบินออกมาให้ชาวบ้านบริเวณนั้นพบเห็นตัวเป็นๆ

 

กิจกรรมเดิน-ส่อง-ย่าน กะดีจีน-คลองสาน

 

 

เดิน-ส่อง-ย่าน เดินแล้วเป็นอย่างไรต่อ ?

กิจกรรมเดิน-ส่อง-ย่าน ในครั้งนี้เป็นเหมือนกิจกรรมนำร่องเพื่อยกระดับพื้นที่มรดกวัฒนธรรม ให้สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปได้เรียนรู้รากเหง้าของกรุงธนฯ สู่กรุงเทพฯ และประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

 

หลังจากที่ทุกคนเดินทางมาเหนื่อยๆ ก็ถึงเวลาพักทานอาหารร่วมกัน ซึ่งเป็นเมนูสุดพิเศษที่ทางทีมงานได้จัดมาให้ ระหว่างทานอาหารเรายังมีกิจกรรมถอดบทเรียน และแชร์ประสบการณ์การเดิน-ส่อง-ย่าน ร่วมกัน บางท่านเสนอให้มีการจัดกิจกรรมแบบ 1Day trip หรือโฟกัสธีมงานให้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร เรื่องศาสนสถานเก่าแก่ รวมไปถึงการจัดเวิร์คช้อปที่เกี่ยวข้องกับความเป็นย่าน ซึ่งข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้จะถูกนำไปต่อยอดกับการจัดกิจกรรมในครั้งต่อๆ ไป และเราจะไปเดิน-ส่อง-ย่านกันที่ไหนนั้น ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป

 

ที่มา: http://goodwalk.org, โครงการเมืองเดินได้ เมืองเดินดี