Foresight กับเทรนด์ใหม่ของการใช้ชีวิตของคนกรุง (ตอนที่ 2)

Foresightกับเทรนด์ใหม่ของการใช้ชีวิตของคนกรุง (ตอนที่ 2)

จาก 5 เทรนด์หลักของการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนกรุงเทพฯ ซึ่งได้แนะนำไปแล้วในครั้งก่อน อันประกอบด้วย

1. ชีวิตเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา (Ubiquitous life)

2. รางเชื่อมเมือง (Connected track)

3. อิสระแห่งการทำงาน (Freedom of work)

4. การบริการสาธารณะที่สะดวก (Convenient public service) และ

5. บูรณะการของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Integrated Cultural Tourism)

 

ในครั้งนี้ ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงเทรนด์หลัก 5 ประการที่เหลือที่ได้จากกระบวนการ Foresight หรือการมองภาพอนาคต อันได้แก่

6) การผลิตใหม่กลางเมือง (New urban industry)

ที่ผ่านมามีการจำกัดเขตอุตสาหกรรมและสร้างเงื่อนไขต่างๆ มากมายสำหรับกิจกรรมการผลิตในพื้นที่เมือง เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของคนในเมืองให้ห่างไกลจากมลพิษ แต่ในอนาคตอันใกล้ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของสังคมในอนาคต จะส่งผลโดยตรงกับระบบการผลิตที่จะตอบสนองวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันมากขึ้น กล่าวคือ การผลิตยุคใหม่จะสร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมน้อยลง การผลิตยุคใหม่จะใช้พื้นที่ในการผลิตน้อยลง ดังนั้น พื้นที่สำหรับการผลิตในอนาคตจึงไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่นอกเมืองแล้วให้คนงานต้องเดินทางวันละหลายชั่วโมงเพื่อไปทำงานอีกต่อไป ในอนาคตอันใกล้นี้ การผลิตบางประเภท อาทิ การปลูกผักไร้สารพิษ จะกลับเข้ามาตั้งอยู่ในเมืองด้วยเหตุผลที่กล่าวไว้ข้างต้น รวมถึงจากการพัฒนาระบบขนส่งคมนาคมสาธารณะที่มีความเชื่อมโยงถึงกัน จะส่งผลให้การขนส่งสินค้าและการติดต่อระหว่างผู้บริโภคและผู้ผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ที่มา :http://bangkok250.org/about/

7) แหล่งพลังงานหลากหลายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Diversified environmental-friendly energy sources)

ความตื่นตัวในการเป็นสังคมปลอดมลพิษและการใช้พลังงานทดแทนในอนาคต จะส่งผลให้เกิดการลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน มาเป็นการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลากหลาย โดยเทคโนโลยีหน่วยเก็บพลังงาน (Battery) ที่ดีขึ้น จะช่วยลดขีดจำกัดด้านต่างๆ ทำให้เกิดภูมิทัศน์เมืองที่สัมพันธ์กับพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การใช้แบตเตอรี่ลิเธียมในรถยนต์ จะส่งผลให้ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิลค่อยๆ ลดจำนวนลงไป โดยมีสถานีจ่ายพลังงานทางเลือกใต้อาคารเข้ามาแทนที่ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะเกิดพลังงานทางเลือกรูปแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นในระดับชุมชน อาทิ พลังงานจากขยะ พลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานที่ได้จากการออกกำลังกายซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการฟื้นฟูทางเท้าในอนาคต เป็นต้น


ที่มา: http://assets.inhabitat.com/wp-content/blogs.dir/1/files/2012/08/Hiriko-Fold_6.jpg

 

8) โครงสร้างประชากรใหม่ (New Bangkokian)

แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรภายในพื้นที่เขตเมืองชั้นในกรุงเทพฯ จะส่งผลให้เกิดความต้องการปรับปรุงการใช้ที่ดินและอาคารในเขตเมืองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยในอนาคตอันใกล้นี้ มีแนวโน้มว่าประมาณของประชากรผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ จะมีสัดส่วนสูงขึ้น ซึ่งจะผลักดันให้เกิดแนวโน้มในการใช้ที่ดินในรูปแบบของที่อยู่อาศัยแนวตั้งมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเกิดการปรับปรุงและดัดแปลงอาคารเก่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน รวมถึงสาธารณูปการ และพื้นที่สาธารณะของเมืองจะถูกผลักดันให้เกิดทางแนวตั้งมากขึ้น อาทิ หอศิลป์ลอยฟ้า โบสถ์ลอยฟ้า สวนสาธารณะลอยฟ้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ดินของพื้นที่หน่วยราชการเดิมภายในเมือง สู่การใช้ประโยชน์ในด้านอื่นที่เหมาะสมกับบริบทการพัฒนาร่วมสมัย พร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงย่านเก่าและสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยจะมีการแทนที่ของกิจกรรมใหม่และคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีบทบาทในสังคมเพิ่มขึ้น อาทิ กลุ่มศิลปิน ชาวต่างชาติ เป็นต้น

 

 

 

9) ความปกติใหม่ของชีวิตคนเมือง (Urbanite’s new normal)

การรวมกันของวัฒนธรรมหลากหลายจากการเข้าร่วมประชาคมอาเซียน และเทคโนโลยีที่ก้าวไกล คือปัจจัยสำคัญในการก่อให้เกิดความสัมพันธ์ของสังคมรูปแบบใหม่ โดยรูปแบบการดำเนินชีวิตจะมีความแตกต่างกันมากขึ้นตามระดับรายได้ รสนิยม และอุดมคติ มุ่งสู่การแสวงหาและพัฒนาพื้นที่เฉพาะของตัวตน มีความปัจเจกในระดับที่สูงขึ้น ปัญหาความขัดแย้งจากการกีดกัน ความเหลื่อมล้ำ และความผูกพันที่ลดน้อยลงระหว่างกลุ่มคนกับพื้นที่ จะนำไปสู่การแสวงหาความสมดุลเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 


ที่มา:https://www.facebook.com/Maebanmeenuad/photos/a.347273628686676.79994.347269695353736/434132076667497/?type=3&theater

 

 

10) การพัฒนาอย่างทั่วถึง (Inclusive development)

เพื่อตอบรับความเท่าเทียมกันที่เข้มข้นขึ้น การพัฒนาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การพัฒนาในเชิงตัวหนังสือบนกระดาษอีกต่อไป แต่การพัฒนาในอนาคตจะสะท้อนออกมาในเชิงกายภาพ บนพื้นฐานของการสร้างโอกาสให้กับคนทุกกลุ่ม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มคน เพื่อลดปัญหาทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้า โดยเฉพาะการให้สิทธิประชาชนต่อพลเมืองพลัดถิ่นในระดับที่เท่าเทียมกับพลเมืองไทย

 

ที่มา: ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง