ดิ้นรนเพื่อให้ชุมชนอยู่รอด : บทบาทของศิลปะในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและพื้นที่

บทความและภาพถ่ายโดย Isadora Avveduto  

 

 

เมื่อฉันเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ สิ่งแรกที่ทำให้ฉันประหลาดใจก็คือ การเห็นภูมิทัศน์ที่แตกต่างมาผสมผสานอยู่ร่วมกัน ซึ่งคล้ายกับจะช่วยทำให้สถานที่และผู้คนเป็นหนึ่งเดียวกัน การเดินไปบนท้องถนนในเขตบางรักที่เป็นย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ทำให้ฉันได้ค้นพบสถานที่หลายแห่งที่มีความรุ่มรวยและหลากหลาย ตั้งแต่ตึกระฟ้าขนาดใหญ่ไปจนถึงบ้านหลังเล็กๆ ห้างสรรพสินค้าที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางร้านขายของชำ ช่างฝีมือ นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ต่างใช้พื้นที่ร่วมกัน

 

หากมองให้ลึกลงไปในด้านความเป็นเมือง ฉันรู้มาว่ากรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ได้พัฒนาความเป็นเมืองอย่างก้าวกระโดด จนภูมิทัศน์เมืองเปลี่ยนไป ซึ่งนักวิชาการมองกรณีที่เกิดขึ้นกับกรุงเทพฯ นี้ว่าเกิดขึ้นจากการเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจ โดยกรุงเทพฯ ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่มีความพิเศษและน่าสนใจ หากมีการศึกษาถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วและกระบวนการทำให้เป็นเมือง (process of urbanization) 

 

 

ฉันมีโอกาสได้เห็นแง่มุมดังกล่าว การเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ และทำให้ตึกระฟ้า อาคารหรู ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว รวมถึงไลฟ์สไตล์คนเมืองแนวใหม่ที่เน้นไปที่ความเป็นพลเมืองโลก และการประคับประคองสถานะที่คิดว่าเป็น ‘เวิลด์คลาส’ เอาไว้

 

การไม่มีพระราชบัญญัติควบคุมอาคารทำให้มีการสร้างอาคารสูงขนาดเกิน 8 ชั้น (high rise) ขึ้นหลายแห่งใกล้กับอาคารเก่าแก่ ตามที่เห็นในภาพ โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้ำที่มีอาคารของเอกชนเรียงรายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม คอนโดมิเนียม รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ริมน้ำ 

 

อย่างไรก็ตาม สารพัดปัญหาก็ผุดขึ้นมาจากการพัฒนาเมืองที่ไม่เท่าเทียม

 

หลังจากมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นของเอกชน  (privatization) ดูเหมือนว่าโครงการพัฒนาต่างๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น ไม่เพียงแต่ริดรอนสิทธิและที่อยู่อาศัยของประชาชนจำนวนมาก แต่ยังเอื้อประโยชน์ให้กับเหล่าอภิสิทธิ์ชนในกรุงเทพฯ ในการทำให้ชุมชนท้องถิ่นเลือนหายไป     

 

 

ชุมชนบางแห่งต้องพลัดถิ่น ชุมชนบางแห่งสูญหายไป ประเด็นนี้กำลังเป็นที่พูดถึงมากขึ้น และมีหลายองค์กร รวมถึงหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวหลายแห่ง ที่ทุ่มเทกำลังอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดปรากฏการณ์น่าเศร้าเช่นนี้อีก โดยมีการริเริ่มทำโครงการมากมายเพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในชุมชนเหล่านั้น และทำให้ประชาชนตระหนักถึงประเด็นนี้

 

ทำไมการพูดถึงชุมชนและการอนุรักษ์ชุมชนถึงเป็นเรื่องสำคัญ ก็เพราะเมื่อการเจริญเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว (rapid urbanization) เกิดขึ้นในเมืองที่มีชุมชนจำนวนมากอย่างกรุงเทพฯ การอนุรักษ์ชุมชนต่างๆ ไว้ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคมทั้งหมด โดยปีเตอร์ บล็อก (Peter Block - นักเขียนและนักพูดด้านการสร้างชุมชน) ระบุไว้เมื่อปี 2561 ว่า การทำงานร่วมกับชุมชนถือเป็นกลยุทธ์อันทรงพลังในการสร้างสรรค์องค์กรที่มีความยืดหยุ่น โลกที่สมบูรณ์กว่าเดิม และถนนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

 

ศิลปะสามารถเป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ชุมชนได้ไหม

 

กรุงเทพฯ เริ่มมีนโยบายเมืองหลายข้อที่นำศิลปะและวัฒนธรรมมาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเมือง โดยในระดับประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDB) ได้บรรจุนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 พ.ศ. 2555-2559 ซึ่งเน้นบทบาทของศิลปะและวัฒนธรรม สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ พ.ศ. 2553 กระทรวงวัฒนธรรมได้เน้นย้ำความสำคัญของความหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมถึงบทบาทของศิลปะในการพัฒนาชุมชน 

 

การวิจัยของอลัน เคย์ (Alan Kay) นักวิชาการชาวอเมริกัน ได้มุ่งไปที่ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมทางสังคม (social inclusion) และศิลปะบริเวณโครงการพัฒนาในเมือง โดยเคย์ระบุว่า ศิลปะสามารถส่งเสริมให้ผู้คนรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของสถานที่ พร้อมเสริมสร้างอัตลักษณ์ชุมชนให้แข็งแกร่ง

 

 

ศิลปะในเขตเมือง: ไม่ได้แค่มีไว้เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโต

 

หลายเมืองในยุโรปเผชิญสารพัดปัญหาจากการแบ่งแยกทางสังคม และความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ ฉันจึงรู้สึกอ่อนไหวเป็นพิเศษกับการที่ผู้คนถูกขับไล่ออกจากที่อยู่อาศัย ที่จริงแล้วก็มีหลายโชว์ที่นำศิลปะไปใช้เพื่อจุดประสงค์เชิงเศรษฐกิจโดยเฉพาะ ซึ่งมักส่งผลเชิงลบที่นำไปสู่ความไม่เท่าเทียมทางสังคม รวมถึงการที่นายทุนบีบให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ (gentrification) ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง นักวิชาการจำนวนมากจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำศิลปะไปใช้ในโครงการพัฒนาเมือง เพราะศิลปะสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมได้ และยังจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาสังคม

 

ขณะเดินริมน้ำอีกฝั่งของกรุงเทพฯ ฉันได้เดินสำรวจย่านกะดีจีน ซึ่งมีภาพวาดมากมายอยู่บนกำแพง โดยชุมชนนี้ได้รับผลประโยชน์ทางสังคมไม่น้อยจากงานศิลปะ ชาวบ้านเล่าให้ฉันฟังว่า ตั้งแต่ปี 2552 พวกเขาได้เข้าร่วมหลากหลายโครงการ เพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีในชุมชน พร้อมทั้งสร้างสรรค์กำแพงศิลปะ

 

 

ย่านกะดีจีนประกอบด้วย 6 ชุมชนต่างศาสนาที่มาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและสามัคคี โดยชุมชนกุฎีจีนเป็นชุมชนคาทอลิกที่มีเชื้อสายโปรตุเกส ชุมชนนี้กระฉับกระเฉงและมีพลังมาก เราสามารถพบเจอสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่งได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์โปรตุเกสในกรุงเทพฯ ร้านอาหารที่ทำคุ้กกี้แบบดั้งเดิมของโปรตุเกส และร้านอาหารอีกมากมายที่ทำอาหารไทยเลิศรส สมาชิกทุกคนในชุมชนล้วนมีส่วนในการทำงานร่วมกันและความสามัคคี โดยมีที่ทำการชุมชนตั้งอยู่บริเวณนั้นเพื่อคอยช่วยเหลือสมาชิกยามเผชิญปัญหา

 

 

ฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากนำศิลปะมาใช้เพื่อสังคมจะเอื้อให้เกิดประโยชน์มากมาย ศิลปะยังส่งผลดีต่อชุมชน เพราะศิลปะช่วยให้คนในชุมชนมีทัศนวิสัย และยังเสริมสร้างความแข็งแกร่ง พร้อมทำให้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน นอกจากนั้น ศิลปะทำให้ชุมชนได้ปลุกพลังในตัวเอง เพราะในขณะที่ตัวเมืองพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังเช่นกรุงเทพฯ ศิลปะช่วยให้ชุมชนหลุดรอดจากการเก็งกำไรของภาคเอกชนและภาครัฐได้ โดยปีเตอร์ บล็อก ระบุว่า ปัจจัยสำคัญในการอนุรักษ์ชุมชนคือการบ่งชี้ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งขั้นตอนแรกเริ่มจากการที่เราเบนความสนใจจากปัญหาในชุมชนไปยังความเป็นไปได้ของชุมชน “เคล็ดลับสำคัญในการไขคำตอบนี้คือ เราต้องยอมรับความสำคัญของทุนทางสังคม (social capital) ที่มีต่อชีวิตในชุมชน และนี่คือจุดเริ่มต้นของความพยายามในการสร้างสรรค์อนาคตให้แตกต่างไปจากอดีต” ศิลปะช่วยให้ชุมชนมีเครื่องมือในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และอนุรักษ์วิถีชีวิตที่แต่ละคนมีต่อพื้นที่เมือง ศิลปะถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการนำพื้นที่ส่วนตัวกลับคืนมา ในยามที่พื้นที่นั้นตกอยู่ในอันตราย

 

[ENGLISH]

 

Struggle against community disappearing: the role of the art in cultural and spatial preservation.

When I arrived in Bangkok, the first thing that struck me was how a different landscape mixes together creating almost a harmony between places and people. Walking through the streets of the Bang rank District, the financial district of Bangkok, I discovered rich and varied places. Large skyscrapers alternate with smaller houses. Malls are silhouetted between street vendors. Craftsmen, businessman and tourists share the same spaces.

In going deeper more in urban questions I have known that Bangkok is one of the cities the largest in world. It seems that in the last 30 years the city has started a progressive urbanization that has changed its urban landscape. Scholars claim as urbanization and economic growth are two related processes in the Bangkokian case. It has been estimated that the city provides an interesting and unique case in which a study can be made of the linkage between rapid economic growth and the process of urbanization ". (1)

I have the possibility to see this aspect. Economic growth has reflected spatial transformation and it has brought a proliferation of skyscrapers, luxury buildings but also a new urban lifestyle that emphasizes the cosmopolitan character of the city and the valorization of a presumed world class. 

In the absence of a building control act, high rise buildings have been built next to aged buildings as we can see in the picture. In particular, the waterfront area is mainly occupied by the private sector like hotels, condominiums, and the terrace restaurants and cafe. (2)

However, many problems have emerged because of the uneven urbanization.

As a result of the privatization, it seems that ongoing development projects threaten not only the rights and homes of many people, but rather serve the elite of Bangkok to the detriment of local communities. 

Some community were displaced and other are disappeared. Such topic is becoming more and more popular and for which many organizations and other tourist organizations have dedicated their efforts to counter this phenomenon with projects addressed to preserve the cultural heritage of these communities and sensitize people on this topic.

Why it became so important to speak about community and its preservation? When rapid urbanization occurs in an urban context rich in community like Bangkok, preserve communities became fundamental for the entire society. According to Peter Block (2018), working with community is a powerful strategy for creating resilient organizations, a healthier planet, and safer sreets.

Can art be a tool for community preservation? 

In Bangkok many urban policies began to use art and culture for the economic and social development of the city. At the national level, the National Council for economic and social development (NESDB) has included creative economy policy actions in the eleventh national plan 2012-2016, which emphasizes the role of art and culture. As part of the 2010 economic plan, the Ministry of culture emphasized the importance of cultural diversity and the roles of art in the development of communities. 

In his research, Alan Kay, an American scholar, focus is attention on the relationship between social inclusion and art in urban development projects. According Kay, art can promote the sense of belonging to the place and the strengthen the identity of the community. (3)

Art in urban spaces: not only for economic growth. 

As in many European city suffer from several from of social segregation and spatial inequalities, I’m more sensitive to the displacement issues of inhabitants. Actually, it has been shows as when art is addressed only for economic objective this can led to negative effect as social inequalities and the well-known gentrification effect. For all these reasons many scholars highlight how fundamental is in a urban development project to focus the use of the art in a context of participatory tools and social development objectives. 

Discovering the other riverside of Bangkok, I walked around Kadeejeen neighborhood where many painting wall are present. The neighborhood has yet experimented the social benefits of the art. The inhabitants told me that since 2009 they are mobilizing in many projects, as the valorization of community’s traditions and the creation of artistic walls. 

In Kadeejeen neighborhood six different religious communities live together in a peaceful and collaborative environment. Kadeejeen community is the catholic community of the neighborhood with Portuguese origins. The community is very active and dynamic. Here, we can find a museum of the Portuguese history in Bangkok, a restaurant who makes traditional Portuguese cookies, and many restaurant with delicious thai food. Every members of the community serve each other in a context of cooperation and harmony. The community office is settle there in order to help its member for every difficulties. 

I strong believe when art is oriented to social aim can generate great benefits. Moreover, art can benefit the communities because it gives them visibility, strengthen bold and sense of belonging. In addition, art allow the community to empower itself when city is engaged in a rapid urban development process, as Bangkok. Art can avoid the speculation of the private sector and the government. Peter Block claims as the key to preserve community is to identify how the transformation occurs. One first step should be beginning by shifting our attention from the problems of community to the possibility of community: “A key insight in this pursuit is to accept the importance of social capital to the life of the community. This begins the effort to create a future distinct from the past”. Art can give to communities the instruments to preserve not only their cultural heritage but also their way to live the space of the city. Art became an important tool to reappropriate of their own space when it is in threat. 

 

อ้างอิง:

(1) Krongkaew, Medhi. The changing urban system in a fast-growing city and economy: the case of Bangkok and Thailand, Emerging world cities in Pacific Asia, 1996: 286-334p. 287

(2)  Huabcharoen N. and Ellsmore D., Creative Class and Gentrification: The case of Old Bangkok Foreigner Communities, Charoenkrung and Talad Noi Neighbourhood, Veridian E-Journal, Silpakorn University, n° 10, 2017

(3)Kulsrisombat, Niramon. Inclusive, culture-led urban regeneration: a case study of the Kadeejeen neighbourhood, Bangkok, 2014