รูปสัญญะกับการเดิน คำบอกใบ้ ตัวช่วย และความสับสน

รูปสัญญะกับการเดิน

คำบอกใบ้ ตัวช่วย และความสับสน

 

โดย ดุษฎี บุญฤกษ์

 

คำบอกใบ้ ตัวช่วย และความสับสน กับรูปสัญญะที่ส่งผลต่อการเดิน

 

“พวกเราสามารถทำงานต่างๆ ได้ดี แม้ท่ามกลางโลกที่ซับซ้อน เรายังสามารถรับมือกับสถานการณ์ใหม่ๆ ที่เราไม่มีตัวช่วย ความรู้ หรือประสบการณ์มาก่อน ที่เราทำเช่นนี้ได้ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นคำบอกใบ้โดยนัยที่เกิดจากกิจกรรมของคนอื่น เป็นไปอย่างไม่รู้ตัว ผลข้างเคียงเป็นสัญญาณทางสังคม ที่สำคัญมันเป็นสิ่งที่ผมเรียกว่า “รูปสัญญะทางสังคม” ที่สามารถช่วยนำทางไปยังสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและมีแนวโน้มที่จะสร้างความสับสนให้แก่เรา” นอร์แมนกล่าวในหนังสือ, Donald A. Norman (อยู่กับความซับซ้อน โดนัลด์ เอ. นอร์แมน) พูดเกี่ยวกับความซับซ้อนของเมืองอย่างน่าสนใจ

 

C:\Users\LARNLUANG\AppData\Local\Microsoft\Windows\INetCache\Content.Word\living-with-complexity-donald-norman-pinda-phisitbutra.jpg

 

ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คงประมาณว่า รูปสัญญะ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นโดยนัยที่สามารถทำให้สามารถสรุปอะไรบางอย่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างการขึ้นรถเมล์ ทำไมผู้รับบริการถึงรู้ว่าปริมาณการให้บริการของรถเมล์สายหนึ่ง มีจำนวนคันและความถี่ต่อรอบการวิ่งน้อย การที่มีผู้คนยืนรอที่ป้ายรถเมล์จำนวนมากเป็นรูปสัญญะหนึ่งที่บ่งบอกว่า นานแล้วที่รถเมล์ยังไม่มา ผนวกกับเมื่อรถเมล์มาถึง บนรถไม่มีที่นั่ง หรืออาจจะถึงขั้นเบียดเสียดไม่มีที่ยืน ทำให้พอสรุปได้ว่า เพราะรถมันน้อยและไม่สัมพันธ์ต่อรอบวิ่งจึงเกิดเป็นปรากฏการณ์นี้ขึ้น ทั้งหมดอาจไม่ได้เกิดจากการวิเคราะห์ แต่เกิดจากการฉุกคิดผ่านรูปสัญญะหรือคำบอกใบ้ที่เกิดขึ้นต่อผู้ที่มารอรถเมล์

 

รูปป้ายรถเมล์เปรียบเทียบ 

(ที่มาภาพ : js100.com)

 

ผู้เขียนได้หยิบยกคำว่า “รูปสัญญะ” ไม่ได้ต้องการเพื่อให้เกิดเป็นคำ Jargon (คำเฉพาะกลุ่ม) แต่ต้องการจะเขียนเพื่อเชื่อมโยงว่า ทำไมรูปสัญญะที่เกิดขึ้นจึงสำคัญต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเมือง แต่ถ้าไม่มีขอบเขตของประเด็นก็คงจะใหญ่เกินไป ผู้เขียนลองหยิบยกปรากฏการณ์ที่เกิดรูปสัญญะผนวกเข้ากับการเดินซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ของเมืองบ้านเรา ณ ตอนนี้ มีงานวิจัยมากมายที่เข้ามาช่วยสนับสนุนว่าการเดินเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้สุขภาวะของคนและเมืองดีขึ้น แต่การเดินยังช่วยสร้างเศรษฐกิจให้กับเมืองจนกระทั่งสามารถทำให้ราคาที่ดินของแต่ละพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น หรือแม้กระทั่งการเดินยังช่วยปลดปล่อยความคิดและทำให้คนฉลาดขึ้นได้ (โครงการเมืองเดินได้ เมืองเดินดี)

 

มีแนวคิดและวิธีการมากมายที่ช่วยส่งเสริมการเดินให้เมืองเป็นเมืองที่ดีขึ้น หากเราพยายามที่จะศึกษาจากปรากฏการณ์หรือรูปสัญญะที่เกิดขึ้น เราอาจได้คำตอบและวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อส่งเสริมการเดินด้วยเช่นกัน ถ้าลองคิดตั้งต้นด้วยวิธีการดังกล่าว โซลูชั่นที่เกิดขึ้นจะมีความเฉพาะเจาะจงแต่ละพื้นที่ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีวิธีการเดินและมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

 

ลองมาวิเคราะห์คร่าวๆ ว่าบ้านเรามีคำบอกใบ้ที่พอจะช่วยส่งเสริมการเดินได้บ้างหรือไม่ ร่องรอยการเดินถือเป็นรูปสัญญะที่น่าสนใจ ผู้คนที่สัญจรไปมา ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน หรืออาจจะเป็นพนักงานออฟฟิศจะรู้ได้อย่างไรว่าสถานที่จะไปต่อไปคือที่ไหน หรือสถานที่ที่อยากจะไปตั้งอยู่ที่ใด ร่องรอยการเดินที่ว่า หมายความถึงทิศทางของผู้คนก่อนหน้าที่เลือกเดินไปในทางหนึ่ง พนักงานออฟฟิศจะรู้ได้อย่างไรว่าพักเที่ยงนี้พื้นที่ตรงไหนน่าสนใจในการฝากท้องในมื้อกลางวัน แน่นอนว่าการสังเกตเส้นทางการเดินของคนระแวกนั้นก็พอจะบอกได้ว่าส่วนใหญ่แล้วพนักงานออฟฟิศจะฝากท้องกับร้านไหนหรือพื้นที่บริเวณใด การสังเกตดังกล่าวเป็นรูปสัญญะหรือคำบอกใบ้หนึ่งต่อการเลือกรับประทานอาหารมื้อกลางวันได้

 

ในทิศทางเดียวกันสำหรับนักท่องเที่ยว หากลองยืนสังเกตบนพื้นที่ท่องเที่ยวเพียงห้านาทีถึงสิบนาทีจะพบว่า เส้นทางการเดินของนักท่องเที่ยวจะมีทิศทางที่เดินซ้ำๆ กัน มีรูปแบบการเดินที่ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าใดนัก เนื่องจากมีรูปสัญญะแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวคนที่ถูกสังเกตอาจใช้รูปสัญญะจากร่องรอยการเดินของคนก่อนหน้าเพื่อนำพาตัวเองไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ นักท่องเที่ยวจะคิดพิจารณาว่าคนก่อนหน้าเดินไปในทิศทางใด แสดงว่าเส้นทางนั้นคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่บ่อยครั้งนักท่องเที่ยวอาจจะเดินไปแล้วไม่เจออะไรหรือเจอทางตัน แสดงว่ารูปสัญญะต่อการรับรู้อาจจะมีปัญหา

 

รูปการเดินของนักท่องเที่ยว 

ที่มาภาพ : (Google street view)

 

ยกตัวอย่างในประเด็นที่ใกล้เคียงกัน ความรู้สึกของนักท่องเที่ยวต่อพื้นที่ผ่านรูปสัญญะที่ผิดเพี้ยนไป นักท่องเที่ยวที่พบทางตันอาจใช้รูปสัญญะในเชิงของกายภาพที่เชื้อเชิญเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ แต่พอเดินไปในพื้นที่ดังกล่าวกลับไม่สามารถหาเส้นทางไปต่อได้ (ทางตัน) แสดงว่าคำบอกใบ้ดังกล่าวไม่สามารถทำหน้าที่ช่วยส่งเสริมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ได้

 

รูปซอยตัน 

(ที่มาภาพ Google street view)

 

ย่อหน้าก่อนแสดงให้เห็นว่าการออกแบบการเดินอาจเป็นการสร้างคำบอกใบ้ ตัวช่วย หรืออาจจะสร้างความสับสน จึงขอยกโคว้ตของนอร์แมนอีกครั้ง “การออกแบบการใช้งาน ทำให้สิ่งของที่อยู่รอบตัวใช้งานและเป็นที่เข้าใจได้ หลักๆ เป็นเรื่องของการสื่อสาร เมื่อไม่สื่อสารได้อย่างเหมาะสม อย่างเก่งที่สุด สิ่งที่คุณได้รับคือความหงุดหงิด หรืออย่างแย่ที่สุดคืออุบัติเหตุและหายนะการออกแบบที่เหมาะสมช่วยลดความต้องการความรู้และการลองผิดลองถูกได้ แต่เนื่องจากเราอยู่ในสังคมที่เต็มไปด้วยคน เราต้องเข้าใจบทบาทการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของกลุ่มและวัฒนธรรม” ข้อความนี้เป็นข้อความที่ทรงพลังที่บอกถึงการสร้างความเข้าใจเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนที่จะเกิดขึ้นซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ

 

สุดท้ายนี้ขอสรุปรวบยอด ในฐานะนักออกแบบเมือง การออกแบบเมืองอาจจะเป็นประเด็นที่สำคัญน้อยกว่าการสร้างรูปสัญญะที่สามารถบอกใบ้อะไรบางอย่างให้กับการเดินได้ บางพื้นที่แค่ฝังเข็มเพื่อบอกใบ้ก็เพียงพอแล้ว สิ่งที่ทำเพิ่มเติมเป็นเพียงแค่การส่งเสริมภูมิทัศน์ที่ดีเท่านั้น สิ่งดีงามเพิ่มเติมควรมาจากความเข้าใจต่อบริบทที่เกิดขึ้น โดยหน้าที่นักออกแบบควรที่จะสร้างคำบอกใบให้ไม่เกิดความสับสนต่อผู้ใช้ รวมไปถึงการสร้างตัวช่วยในการรับรู้คำบอกใบ้ของสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการเดินที่วางเอาไว้ ก็จะทำให้ความซับซ้อนถูกคลายปมออกและเกิดเป็นความเข้าใจจากสิ่งที่นักออกแบบทิ้งไว้ให้เพียงเท่านั้น