ลาน-คน-เมือง แสงตะเกียงแห่งแรงศรัทธา กับ การพัฒนาเมือง

โดย ปรีชญา นวราช

 

ในคืนที่ระบบไฟฟ้าใจกลางมหานครลัดวงจร ใครจะนึกว่า...แสงตะเกียงรุ่นโบราณจากหน้าต่างร้านจำหน่ายสังฆภัณฑ์จะช่วยส่องแสงสว่างนำทางศรัทธาให้เกิดขึ้นในใจคน

 

 

 

จาก Urban Festival สู่ Urban Plaza 

 

ช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา ดิฉันในฐานะสถาปนิกผังเมือง ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) ได้มีส่วนร่วมออกแบบวางผัง และจัดทำแนวทางการออกแบบพื้นที่จัดงานเทศกาลวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2562 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ทั้งยังช่วยประกาศศักดาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้กึกก้องไปตัวโลก 

 

“ทำผังแม่บทสำหรับงานวิสาขบูชาโลกในปีนี้...และปีต่อๆ ไป” คือโจทย์การทำงานของดิฉัน

 

ได้ยินดังนั้นดิฉันจึงต้อง “ออกตัวแรง เบรคตัวโก่ง” ก่อนว่า จริงๆ แล้ว UddC  ไม่คุ้นเคยกับงานพิธีการและศาสนาเท่าไหร่นัก แต่คำว่า “ปีต่อๆ ไป” จากท่านคณะกรรมการจัดงานทำให้ดิฉันสะดุด และไม่อาจ “ไม่เต็มที่” กับโจทย์ที่ได้รับได้

 

 

 

 

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายใน 7 วันฉันใดการพัฒนาเมืองก็คงไม่ได้เกิดขึ้นได้ภายใน 3 วัน 7 วันฉันนั้น  

 

งานเทศกาลระดับเมือง (Urban Festival)  อาจจะเป็นเครื่องมือขับที่น่าสนใจในการขับเคลื่อนและสร้างความรับรู้ พลิกฟื้นพื้นที่ทางสังคม (Social Space)  ให้ถูกจดจำในบทบาทของพื้นที่ทางสาธารณะ (Public Space) ที่เป็นแหล่งจัดงานเทศกาลระดับเมืองหมุนเวียนตลอดทั้งปี  อาจช่วยสร้างให้ลานนั้นเกิดการรับรู้และใช้งานในบทบาทของการเป็นพื้นที่ของเมือง (Urban Plaza) ก็คงจะดีไม่น้อย ดังเช่น กรณีศึกษาจากมหานครลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่าง “จัตุรัสทราฟัลการ์”  

 

ทราฟัลการ์ (Trafalgar Square) เป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยอาคารที่สง่างามและเคร่งขรึมของหอศิลป์แห่งชาติ (The National Gallery) และเป็นพื้นที่สาธารณะที่โดดเด่นด้วยการเป็นภาพจำของการจัดงานเทศกาลระดับเมือง ทั้งงานประเพณีประจำชาติที่เป็นทางการ ไปจนถึงงานมหกรรมดนตรีของเหล่าคนรุ่นใหม่ 

 

เอกลักษณ์ของจัตุรัสทราฟัลการ์คือเจ้าสิงโตที่โดดเด่นอยู่ใจกลางพื้นที่ คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าในอีกอาทิตย์ข้างหน้า ประดิมากรรมสิงโตยักษ์ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของลานนั้นจะถูกดัดแปลง หรือเปลี่ยนเป็นสีอะไร  ซึ่งดิฉันมองว่าการเนรมิตบรรยากาศเพื่อรองรับกิจกรรมระดับชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมในรูปแบบไหนไม่จำกัด คือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้พื้นที่นี้มีพลวัต  ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย ไม่ใช่เฉพาะชาวต่างชาติ แต่หมายรวมถึงคนท้องที่ที่ต้องการเข้ามาใช้พื้นที่ในการพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

 

ที่มา : https://www.khabarbar.com/wp-content/uploads/2018/09/6-12.jpg

 

มรดกวัฒนธรรม กับ จิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในถนน 6 สาย

 

ลานคนเมือง เป็นพื้นที่จัตุรัสสาธารณะของย่านเมืองเก่า ขนาดประมาณ 2 ไร่เศษ รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญล้ำค่าทางด้านมรดกวัฒนธรรมที่เป็นจุดหมายตา (Landmark) ของเมืองที่ล้วนโดดเด่นสวยงาม เช่น เสาชิงช้า วัดสุทัศนเทพวราราม โบสถ์พราหมณ์ รวมถึงอาคารศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

 

 

นอกจากนี้ ลานคนเมืองยังเชื่อมต่อสู่สถานที่สำคัญจุดอื่นของเมืองผ่านถนนทั้งหมด 6 สายสำคัญ ได้แก่ 

 

ถนนบำรุงเมือง ถนนแห่งเครื่องสังฆภัณฑ์ ที่เชื่อมต่อพื้นที่ไปถึงพระบรมหาราชวังทางด้านตะวันตก และเชื่อมไปถึงวัดสระเกศ ทางด้านตะวันออก ถนนดินสอ ถนนสายของกินชื่อดัง ที่เชื่อมไปสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนสำราญราษฎร์ ที่เชื่อมไปสู่วัดเทพธิดาราม ร้านเจ๊ไฟ และผัดไทประตูผี ร้านอาหารชื่อดังที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ถนนมหรรณพ เชื่อมสู่ศาลเจ้าพ่อเสือ  ถนนตีทองกับถนนศิริพงษ์ เชื่อมไปสวนรมณีนาถ หรือคุกเก่าที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 รวมถึงย่านพาหุรัด 

 

ถนนทั้ง 6 สาย ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและอัตลักษณ์ของวิถีชีวิตของแต่ละชุมชน (Sense of Place) ซึ่งยังคงเหลือร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ผ่าน กลุ่มอาคารตึกแถว อาคารบ้านเรือนในยุคต่างๆ ล้วนเป็นมนต์เสน่ห์ และต่างกำลังมุ่งเข้าหาลานคนเมือง ลานคนเมืองจึงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาและกระตุ้นการใช้งานพื้นที่ เพื่อส่งเสริมมิติทางสังคมและเศรษฐกิจบริเวณโดยรอบย่าน 

 

 ที่มา https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/93506.html

 

โอกาสมาถึงแล้ว Urban Plaza ในตำรา พัฒนาสู่โลกแห่งความจริง?

Urban Beautification

 

เนื่องในโอกาสการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพุทธศาสนา เทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ระหว่างวันที่ 12-18 พฤษภาคม  ณ ลานคนเมือง มาตรวัดผลลัพธ์ของการจัดงานในสายตาของนักออกแบบและพัฒนาเมือง คงไม่ได้วัดด้วยจำนวนคนที่มาร่วมงาน หรือระดับของความเป็นนานาชาติ หากแต่วัดด้วยความร่วมมือของคนหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชุมชน  วัด และโรงเรียน ซึ่งร่วมแรงร่วมใจ คนละไม้ คนละมือ ประดับตกแต่งสวนหย่อมด้วยแสงไฟ รวมพุทธประทีป ตกแต่งหน้าร้านด้วยการตั้งพระพุทธรูปอันเป็นอัตลักษณ์ของย่าน  

 

สิ่งนี้ต่างหากที่เปรียบเสมือน “แสงตะเกียงแห่งแรงศรัทธา” ณ วันที่การพัฒนาเมือง “มืดบอด” ด้วยข้อจำกัดในหลายๆด้าน 

 

 

ภาระหน้าที่ในการออกแบบและพัฒนาเมือง คงไม่ได้ขึ้นอยู่แต่เพียงองค์กรขนาดใหญ่ หรือผู้มีอำนาจใดในการขับเคลื่อน แต่สุดท้ายคือประชาชนของเมืองต่างหาก ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่เข้มแข็ง

 

 

UddC จึงหวังว่างานเทศกาลที่จัดขึ้นในปีนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและแรงกระตุ้นให้คนเห็นความสำคัญของการร่วมกันพัฒนาย่านที่ตนอยู่อาศัย ไม่ใช่เพียงแค่ 7 วันแต่หมายรวมถึงความร่วมมือในระยะยาว ที่จะพลิกพื้นที่ลานคนเมืองและถนนทั้ง 6 สายสู่การสร้างความเป็นย่านอย่างแท้จริง

 

เช่น การเป็นจุดติดตั้งมอเตอร์ไฟแห่งเล็กๆ จากบ้านเรือนเล็กๆ ในย่านเมืองเก่า ที่ช่วยกระจายกระแสไฟพลิกฟื้นย่านเก่าที่หลับใหล กระตุ้นให้กลับมามีความคึกคักอีกครั้งผ่านการเชื่อมต่อโครงข่ายของย่านมรดกวัฒนธรรมที่ซ่อนตัวอยู่ 

 

ใครจะรู้....ปีนี้แสงตะเกียงรุ่นโบราณที่ฉายออกจากอาคารแถวสู่พระพุทธรูปด้านหน้า อาจจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ให้ใครบางคนหันมาให้ความสนใจในการร่วมมือพัฒนาโครงการเพื่อสาธารณะประโยชน์ แทนโครงการล้อมรั้วที่สร้างแต่ผลกำไรให้เพียงคนบางกลุ่ม