สร้างสรรค์แผนที่ความคิดย่านกะดีจีน: ประสบการณ์ร่วมกับเยาวชนในชุมชน

 เรื่อง / ภาพ โดย  Isadora AVVEDUTO

 

การสร้างแผนที่รอบโลกไม่ได้มีเพียงนักภูมิศาสตร์เท่านั้นที่ทำได้​ เพราะตั้งแต่มนุษย์​เริ่มต้นสำรวจโลก เราก็เริ่มวาดภาพอาณาเขตรอบตัว และเริ่มวาดแผนที่โดยใช้อุปกรณ์​เท่าที่มี คาดการณ์​ว่าภาพเขียนยุคก่อนประวัติศาสตร์​ในถ้ำหลายแห่งได้รับการบันทึกให้เป็นแผนที่เก่าแก่ รวมถึงวัตถุมากมายที่ได้รับการอนุรักษ์​ไว้ โดยหวังว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นหลักฐานที่ชี้ไปยังตำแหน่งของนครที่สาบสูญ เมืองต่างๆ และขุมทรัพย์​แห่งโลกโบราณ​ สำหรับภาพวาดฝาผนังที่คาดว่าเป็นหนึ่งในแผนที่ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเกิดขึ้น 7,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช​ และเชื่อว่านี่คือแผนที่ของเมืองจาตัลเฮอยึก (Çatalhöyük)​ ในดินแดนอนาโตเลีย (Anatolia)​ โบราณ (1)

 

แผนที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ​ของนักภูมิศาสตร์​

การรู้ตำแหน่ง รวมถึงลักษณะ​ของผู้คน สถานที่ และสภาพแวดล้อม​ เป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆ ในการเรียนรู้และศึกษาวิธีคิดเชิงภูมิศาสตร์​ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน​การใช้แผนที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่เฉพาะในแวดวงภูมิศาสตร์​เท่านั้น แต่นักวิจัย นักวางแผนเมือง และสถาปนิก ยังใช้แผนที่เพื่อทำความเข้าใจเมืองให้ดียิ่งขึ้น และพยายามพัฒนาเมืองต่อไป ในยุคหลังๆ มานี้ การทำแผนที่โลกไม่ได้ถูกจำกัดให้เป็นเพียงเครื่องมือของนักภูมิศาสตร์เท่านั้น เพราะชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยแผนที่ที่คนในชุมชนร่วมมือสามารถกระตุ้นให้เกิดการระบุและวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนาแผนที่ของการแบ่งช่วงชั้นทางสังคมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งนำข้อมูลมาจากเกณฑ์ในแต่ละพื้นที่และการสำรวจจำนวนประชากรอย่างเร่งด่วน (2)

 

แผนที่ความคิดเป็นเครื่องมือที่สนุกสำหรับทุกคน

มีแผนที่ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า mental map (แผนที่ความคิด) แผนที่ความคิดคือการที่เราวาดแผนที่ของพื้นที่และสถานที่รอบตัว ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยวิธีนี้ได้รับความนิยมขึ้นมาเป็นครั้งแรกหลังจากที่ Kevin Lynch (เควิน ลินช์) เขียนไว้ในหนังสือวางแผนเมืองสุดคลาสสิกอย่าง The Image of the City (ภาพลักษณ์ของเมือง) ซึ่งลินช์ได้ท้าทายนักออกแบบเมืองและนักวางแผนเมืองให้ลองคิดดูว่าผู้คนในท้องถิ่นมักใช้และรับรู้สิ่งแวดล้อมที่จับต้องได้รอบตัวอย่างไร แทนการคิดด้วยวิธีเก่าที่ต้องศึกษาสิ่งต่างๆ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล รายงาน แผนงาน และแผนที่ทางการ โดยวิธีของลินช์ทำให้มองทะลุไปเกินกว่าความเป็นถนน ทางแยก และอาคาร เพื่อที่จะดึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ รวมถึงประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ผู้คนมีต่อสถานที่ออกมา (3)

 

ที่มา: Designrevival24 (2011)

 

แผนที่ความคิดเป็นสิ่งที่ถูกเก็บไว้ในสมอง ดังนั้นจึงไม่มีตัวตน โดยแต่ละคนล้วนมีความคิดเห็นต่อโลก ‘จริง’ แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรู้ ประสบการณ์ และความรู้สึกที่มีต่อพื้นที่นั้น ซึ่งความคิดเห็นเหล่านั้นจะถูกกลั่นกรองไปตามนิสัย ทัศนคติส่วนบุคคล รวมถึงค่านิยมจากวัฒนธรรมท้องถิ่น (4)

 

แผนที่ยังเป็นเครื่องมือที่สนุกในการพัฒนาให้ผู้คนรู้สึกมีส่วนร่วมกับสถานที่ และยังสามารถนำไปใช้ได้ทุกคน ทุกวัยสามารถทำได้ รวมถึงเด็กๆ ที่มีจินตนาการเป็นเลิศก็สามารถวาดแผนที่สนุกๆ ได้อย่างง่ายดาย

 

 

สร้างสรรค์แผนที่ในชุมชนกะดีจีนร่วมกับเด็กๆ

เราอยากลองสร้างแผนที่ในชุมชนกะดีจีน เราจึงขอความร่วมมือจากเยาวชนย่านกะดีจีน เพราะเด็กๆ มีจินตนาการอย่างเต็มเปี่ยม รวมถึงยังรู้จักชุมชนและพื้นที่ย่านนั้นเป็นอย่างดี ซึ่งเราได้จัดเวิร์กชอปสำหรับเด็กจำนวน 11 คนจากย่านกะดีจีน ที่มีอายุระหว่าง 11 ถึง 15 ปี โดยนำเทคนิคสร้างสรรค์แผนที่ความคิดมาใช้

 

จุดประสงค์ของเราคือการให้เยาวชนมีโอกาสได้สะท้อนว่าแต่ละคนใช้พื้นที่สาธารณะอย่างไร และประสบปัญหาใดในการใช้งาน ซึ่งเด็กๆ ยังแนะนำเราด้วยว่าอยากเห็นชุมชนพัฒนาไปในทิศทางไหน เราจัดกิจกรรมสนุกสนานมากมายในเวิร์กชอปนี้ โดยครั้งแรกเราถามเด็กๆ เกี่ยวกับสถานที่และกิจกรรมที่แต่ละคนทำในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการไปโรงเรียน และสถานที่ที่มักไปในยามว่าง ซึ่งพอเราถามไปว่าแต่ละคนอาศัยอยู่ที่ไหน ทุกคนก็ตอบกลับมาอย่างกระตือรือร้นว่า “กะดีจีน!” โดยแต่ละคนก็ตอบไม่ตรงกันว่าชอบทำอะไรเวลาว่าง บางคนตอบว่าเล่นฟุตบอล บางคนก็เล่นบาสเกตบอล ส่วนที่เหลือก็ชอบไปสระว่ายน้ำ

 

 

 

สำหรับครั้งที่สอง เราเริ่มวาดรูปบ้าน โรงเรียน ถนน และสถานที่ที่มักไปในยามว่าง ผลออกมาน่าตื่นตามาก เพราะเด็กๆ วาดภาพอาคารได้อย่างละเอียด โดยโบสถ์มักอยู่ตรงกลางภาพ ขณะที่แม่น้ำเจ้าพระยาจะกินพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาพ

 

ในชุมชนมีพื้นที่พิเศษสำหรับเล่นกีฬา เช่น โรงเรียน ทั้งโรงเรียนซางตาครู้สและโรงเรียนแสงอรุณ ต่างมีสถานที่และอุปกรณ์ให้นักเรียนได้เล่นกีฬา ซึ่งสำหรับเด็กในชุมชนแล้ว การมีเวลาเล่นก็สำคัญไม่แพ้การออกกำลังกาย โดยเด็กๆ มักรวมตัวกันที่ลานบริเวณโบสถ์ หรือไม่ก็สนามเด็กเล่นในที่ทำการชุมชน

 

สิ่งที่เยาวชนต้องการ

ในตอนท้ายของเวิร์กชอป เราให้เยาวชนลองลิสต์มาว่าอะไรคือสิ่งที่คิดว่าดีสำหรับเด็กๆ ในชุมชน และอยากได้อะไรเพิ่มเติม เราส่งกระดาษให้เด็กๆ ได้เขียนความคิดเห็น ซึ่งเรารวบรวมมาได้หลายแนวคิดเลยทีเดียว โดยเด็กๆ ได้ลิสต์สถานที่ที่รู้จักมากที่สุดให้เป็นสิ่งที่ดีในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ สนามเด็กเล่นบริเวณที่ทำการชุมชน เซเว่นอีเลฟเว่น บิ๊กซี สิ่งที่น่าสนใจคือมีเด็กคนหนึ่งระบุว่า ข้อเสียของชุมชนคือ “การมีคนเพิ่มขึ้น”

 

จากมุมมองของเยาวชน ชุมชนกะดีจีนถือเป็นสถานที่อันสงบที่เด็กๆ สามารถมีความสุขไปกับพื้นที่รอบตัวซึ่งเงียบสงบและปลอดภัย ซึ่งเด็กๆ สามารถสร้างสรรค์พื้นที่ได้ไม่รู้จบ โดยสิ่งที่เยาวชนต้องการที่สุดคือ “น้ำ” ไว้สำหรับเล่นสนุก เพราะคงจะดีถ้าเวลาอากาศร้อนแล้วมีแหล่งน้ำ เช่น “สนามเด็กเล่นน้ำ” ที่เป็นสระหรือสวนน้ำ ซึ่งนี่คือสิ่งที่เด็กๆ แนะนำมา!

 

 

 

อ้างอิง 

(1) Oishimaya Sen Nag, What is Cartography?, World Atlas [ออนไลน์], สิงหาคม 2561, https://www.worldatlas.com/what-is-cartography.html, ค้นเมื่อพฤษภาคม 2562

(2) Cornwall, A., & Jewkes, R. (2538). What is participatory research?. Social science & medicine, 41(12), 1667-1676.

(3) Texsippian, Understanding place: mental mapping, Design Revival 24 [ออนไลน์], มิถุนายน 2554, https://designrevival24.wordpress.com/2011/06/25/understanding-place-mental-mapping/, ค้นเมื่อพฤษภาคม 2562

(4)  Renate Van Haaren, Mental Map, Geography Ruhosting [ออนไลน์], กันยายน 2555, http://geography.ruhosting.nl/geography/index.php?title=Mental_maps, ค้นเมื่อพฤษภาคม 2562

 

[ENGLISH]

Mental mapping in Kadeejeen: an experience with young people of the community. 

Mapping the world around is not only a practice of geographers. Since the human beings start to explore the world it began to draw the territory around. He/She began to draw maps with whatever instrument she/he had. It has been estimated that several prehistoric cave paintings have been recorded as time-worn maps, and artifacts have been preserved hoping that they bear evidence to the location of lost cities, towns, and treasure deposits of the ancient world. A wall painting, dated to the 7th Millennium BC, might be one of the oldest maps in the world. This painting is believed to represent the location of Çatalhöyük, a city in ancient Anatolia. 

 

the maps: not only a tool of geographers

Knowing the locations and characteristics of people, places, and environments is a necessary precursor to geographic learning and thinking. However today the use of the map became more and more popular not only in geographic milieu. Researchers, urban planners and architects use it in order to better understand the city and try to improve it. In the recent time mapping the world around it became not only a tool of the geographer but a more participatory practice. In this case map can be used with the help of city’s inhabitants to stimulate problem-identification and analysis and develop a rapid mapping of social stratification based on local criteria and rapid census.  

 

Mental map: a fun tool for everyone. 

There is a type of maps called mental map. Mental map is when people draws maps of the spaces and places around them and it is nothing new. It was first popularized by Kevin Lynch in the classic urban planning book The Image of the City.  Lynch challenged urban designers and planners to think about how people in a place actually use and perceive their physical environment compared to the traditional way we tend to learn about things (through data analysis, reports, plans and formal maps).  Lynch’s methods pushed beyond streets, intersections and buildings to capture the mental perception and emotional experience of a place. 

Mental maps are stored in the brain, so they don’t really exist. Everyone has his individual ideas about the ‘real’ world based on their own knowledge, experiences and impressions of an area. These ideas are filtered through their own personality, attitude and values acquired from their cultural background. 

The maps are also a more fun tool to develop their own sense of place and it can be used with every people. Every age is able to do it. Children that have a great imagination can easily draw fun maps. 

 

Mapping Kadeejeen community with young people

We also wanted to try to map the places of Kadeejeen neighbourhood. To do this we ask the helped of the community’s children of the Kadeejeen community as they have more imagination and knowledge of their community and their neighbourhood as well. We have organized a workshop where we and eleven other children from Kadeejeen aged 11 to 15 have used the mind mapping techniques. 

The aim was to give children the opportunity to express themselves on their use of public space and the difficulties they encounter in its use. They also suggested us the improvements they would like to see in their neighbourhood.

During the workshop we did several fun activities. First, we asked them some questions related to the places and activities of children’s daily lives, like school trajectory and where they spend free time. When we ask them where they live they all answer with enthusiasm “Kadeejeen!”.  They answer in different ways when we ask them how they spend their free time: some play football, some play basketball and others go to swimming pool. 

In a second time, we started to draw house, school, street and place for free time. The result was spectacular: in the drawings many buildings drawn with a very elaborate perspective. The church was often central, and the Chao Praya river featured in a large majority of drawings.

The community offer them singular spaces for do sport. For example, the schools, both Santa Cruz School and Sang Arung school, that offers sport facilities. Not only time for sport but also time for play is important for the children of the community. They meet all together in the place of the church or in the playground of the community office. 

 

What the young people want.

In a final part of the workshop, we ask them three questions: to list what they think are good things for young people in the neighbourhood and what they would like to have. Papers were distributed to the children so that they could write their ideas. The reach ideas they give us were several.

The children list above all the most known places like the museum, the playground of the community office, the Seven Eleven, the Big C. Interesting that a child in negative things has marked what he would like as "more people" in the neighbourhood.

From young people perspective, Kadeejeen community reveal a truly calm place where children can enjoy more space around them in a quiet and safe way and where they can create and recreate places. What they would like the most is more "water" for playful reasons. When it is so hot it would be good for them to have water sources such as "water playground", a pool or even a water park…as they suggest!