หกคำถามกับหกผู้สมัครผู้จัดการศูนย์ชุมชนย่านกะดีจีน-คลองสาน : คุณณัฐวุฒิ ชีวพิทักษ์ผล

ณัฐวุฒิ ชีวพิทักษ์ผล นักวิจัยผู้เชื่อมันในแนวคิดท้องถิ่นนิยม จบการศึกษาจากคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) คูณณัฐวุฒิ มีประวัติการทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัย ทั้งในโครงการงานวิจัยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในแถบภาคเหนือ และโครงการศึกษาวิสัยทัศน์และกลยุทธการบริหารท้องถิ่นในอนาคตของจังหวัดสงขลา ปัจจุบันคุณณัฐวุฒิเป็นผู้ช่วยนักวิจัยในโครงการศึกษาการปกครองท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่น

 

 

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้จัดการศูนย์ข้อมูลฯ ที่คนอาจคิดไม่ถึง?

ต้องมีวิสัยทัศน์ มองรอบด้าน มองอย่าครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว การพัฒนาคนในชุมชน รวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต เรื่องสิ่งแวดล้อม มองยาวไปถึงเรื่องภัยพิบัติต่างๆ ประเด็นเหล่านี้เกี่ยวกับคนในชุมชนทั้งสิ้น ฟังดูเหมือนขอบเขตกว้างมาก แต่ผู้จัดการไม่จำเป็นต้องทำเองทุกอย่าง แต่เป็นคนที่คอยประสานงาน ประสานทั้งกับชุมชนและภาครัฐ

 

 

ทราบว่าคุณณัฐวุฒิเคยทำงานกับชุมชนอื่นๆ มาบ้างในฐานะนักวิจัย หากได้รับเลือก บทบาทในชุมชนกะดีจีน-คลองสานจะแตกต่างหรือเหมือนกับงานที่เคยทำมาอย่างไรบ้าง?

โดยเนื้องานผมคิดว่าไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไร แต่คงมีรายละเอียดที่ลงลึกมากกว่าการเป็นนักวิจัย เพราะนักวิจัยนั้นก็เหมือนคนนอก แต่หากผมได้มาเป็นผู้จัดการศูนย์ชุมชนผมจะต้องใช้เวลา 7 วันต่อสัปดาห์อยู่ในย่าน ผมต้องศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับชุมชน รายละเอียดจะเยอะกว่าการเป็นนักวิจัย

 

นักวิจัยเรามีหน้าที่เพียงแค่แนะนำในประเด็นที่นักวิจัยค้นพบและแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม ในขณะที่เมื่อนำไปปฏิบัติอาจทำได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะสิ่งที่แนะนำอาจจะไม่พอดีด้วยข้อจำกัดต่างๆ แต่ในฐานะผู้จัดการ เราสามารถออกแบบการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ มีเวลามากพอที่จะปรับปรุงแนวทางการพัฒนาในด้านต่างๆ ให้เหมาะสม เพราะผู้จัดการศูนย์ฯ นั้นต้องอยู่กับปัญหาในระยะยาว

 

 

อะไรคือจุดเด่นและจุดด้อยของย่านกะดีจีน-คลองสาน ในมุมมองของคุณ?

ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว คือจุดแข็งที่ชุมชนมีอยู่เดิม ส่วนข้อด้อย ผมขอไม่ใช้คำว่าข้อด้อยแต่เป็นจุดที่ต้องถูกกระตุ้น คือการเตรียมคนให้พร้อมต่อการพัฒนา ข้อเท็จจริงคือย่านจำเป็นต้องได้รับการพัฒนา แต่เรามีการเตรียมความพร้อมคนในย่านหรือยัง? นี่คือหัวใจหลักของการพัฒนาเลย การสร้างความตระหนักรู้ ทำได้ผ่านการให้คามรู้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ร่วมกัน ในอนาคตผมมองว่านี่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ

 

หากพูดถึง กระบวนการการมีส่วนร่วมคุณคิดถึงอะไร?

ผมขอจำกัดความว่าการมีส่วนร่วม ของชุมชนนะครับ มันคือการร่วมเป็นเจ้าของสิ่งๆ นั้น การเป็นเจ้าของหมายความว่าเขารู้ข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งๆ นั้นหรือเรื่องราวเหล่านั้นเพียงพอ ต้องสามารถให้ขอคิดเห็นและเสนอแนะเกี่ยวกับสิ่งๆ นั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้น เค้าต้องสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ เองได้ สุดท้ายเขาต้องตัดสินใจได้ว่าเขาจะเลือกและ ไม่เลือกอะไร แต่ทั้งหมดนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจิตสำนึกของการเป็นเจ้าของของทุกคนในชุมชน

 

 

อะไรคือ แนวคิดท้องถิ่นนิยมในคำพูดของคุณเอง?

ผมเชื่อว่าชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานรากของการพัฒนา ตัวชุมชนเองควรมีสิทธิเลือกสิ่งที่ชุมชนอยากจะได้ และปฎิเสธสิ่งที่ไม่อยากได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่บนหลักที่เหมาะสมด้วย นี่เป็นเรื่องที่สำคัญ ชุมชนควรได้มองอนาคตของเขา บางอย่างมาเร็วเกินไปอาจจะทำให้เขาปรับตัวไม่ทัน ต้องเลือกว่าเราจะปรับตัวอย่างไร อาจมองว่าชุมชนนั้นเหมือนน้ำ แต่เค้าจะไปอยู่ในภาชนะแบบไหน? เค้าควรมีสิทธิเลือก และกำหนดการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยตัวเอง

 


แล้วอย่างนี้ บทบาทของคนนอก รวมถึงตัวคุณเองในย่านนี้ คืออะไร?

ผมชอบคำถามนี้จัง ชุมชนเป็นวัตถุดิบอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถนำมาสร้างสรรค์ให้สวยงามหรือไม่สวยงามได้ บางครั้งคนในชุมชนเองอาจมองไม่เห็นบางประเด็นที่จำเป็นต้องพัฒนาต่อยอด เพราะเขาอยู่กับมันทุกวัน จริงอยู่ เขารู้ดีกว่าคนอื่น เพราะเขาอยู่มานานและมีประสบการณ์ตรงในชุมชน แต่ในส่วนของแนวทางการพัฒนา เขาอาจจะไม่มีแนวทาง คนนอก (ผู้จัดการศูนย์) สามารถเป็น โค้ชแนะนำว่าแนวทางที่เหมาะสมมันควรจะเป็นอย่างไร แต่รายละเอียดต้องให้คนในชุมชนช่วยกันเติม เพราะเค้ารู้ปัญหาของเค้าดีที่สุด เค้ารู้จักทางออกที่ดีที่สุดด้วย แต่ส่วนมากคนนอกจะชอบเข้าไปติดสินใจให้เลย ซึ่งมันรวดเร็วแต่ไม่ยั่งยืน