หกคำถามกับหกผู้สมัครผู้จัดการศูนย์ชุมชนย่านกะดีจีน-คลองสาน : นวนนท์ วัฒนอริยกิจ

นวนนท์ วัฒนอริยกิจ คนรุ่นใหม่จากย่านคลองสาน ผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์ชุมชน เรียนจบมาหมาดๆ มาจากคณะอักษรศาสตร์/ประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ร้านหนังสือก็องดิด แต่มากกว่างานและวิชาที่เรียน คุณนวนนท์มีประสบการณ์การฝึกงานที่หลากหลาย ทั้งการเป็นพิธีกร นักจัดรายการวิทยุ ผู้ช่วยพ่อครัว รวมถึงเคยฝึกงานที่กระทวงการต่างประเทศอีกด้วย

 


รู้สึกยังไงกับคำว่า คนรุ่นใหม่ของย่าน?

วัยรุ่นในยุคปัจจุบันเติบโตและเจอโลกมาในอีกรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างจากคนยุคก่อน เป็นโลกที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โลกเล็กลงจนเราสามารถดูอีกซึกโลกนึงได้โดยผ่านแค่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บ้าน พร้อมกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ผมมองว่าผมคือตัวแทนจากอีกยุคสมัยที่จะมาทำงานตรงนี้ บางคนอาจจะมองว่าเราอายุน้อย มีวัยวุฒิและวุฒิภาวะน้อยกว่าคนอื่น แต่ด้วยการเอื้ออำนวยของหลายอย่างในยุคสมัยนี้ ทำให้เด็กสามารถเห็นและเติบโต และเป็นอะไรได้มากขึ้น ในอย่างที่คนยุคก่อนไม่สามารถ

 

ปัจจุบัน สังคมไทยไม่ได้เปิดกว้างกับการเปลี่ยนแปลงขนาดนั้น เพราะผู้ใหญ่หลายคนอาจจะกลัวความเปลี่ยนแปลง แต่ขณะเดียวกัน เราในสถานะเด็กรุ่นใหม่ กลับเห็นหลายสิ่งที่ควรจะเปลี่ยน เลยคิดว่าควรจะให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการบริหารงานชุมชนได้แล้ว (หัวเราะ) ผมไม่ได้มองว่ามุมมองของคนรุ่นเก่ามันผิด แต่มองว่าคนทุกคนต่างเติบโตมากับประสบการณ์ของตนเอง ทุกคนมีความหลากหลาย มันเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว แต่ก็มีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต้องเอื้อกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังเจริญเติบโตและจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้คนรุ่นเก่ารู้สึกปลอดภัยด้วยและอาศัยอยู่ในความเปลี่ยนแปลงนั้นไปได้

 

 

ประสบการณ์การทำงานที่หลากหลายของคุณจะช่วยคุณรับบทบาทผู้จัดการศูนย์ชุมชนฯ ได้อย่างไรบ้าง?

ประสบการณ์การทำงานบางอย่างของผมอาจดูไม่เกี่ยวข้องกับการมาเป็นผู้จัดการ แต่สามารถมาประยุกต์ใช้ได้กับงานผู้จัดการศูนย์ชุมชนฯ ได้อย่างแน่นอน เพราะการทำงานทำให้เราต้องประสานงานกับคนมากมาย ไม่ใช่เฉพาะคนไทย ชาวต่างชาติก็ด้วย ประสบการณ์การทำงานกับคนที่หลากหลายทำให้เรามั่นใจว่าเราจะสามารถมาทำงานเพื่อย่านนี้ได้ เพราะย่านนี้ไม่ได้ประกอบด้วยแค่ชุมชนเดียว ตอนนี้มี 7 ชุมชนและอาจจะมากกว่านั้นในอนาคต ผมจะไม่เข้ามาทำให้ชุมชนเหล่านี้กลายเป็นหนึ่งเดียว เพราะความหลากหลายอันนี้เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนตั้งแต่แรก มันคือสิ่งที่ต้องคงอยู่ต่อไป ประสบการณ์การทำงานกับคนที่หลากหลายของผมทำให้เราเรียนรู้ว่าเราควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรในการทำงานกับคนจำนวนมากที่มีความเป็นปัจเจก

 

 

คุณเห็นอะไรเกี่ยวกับย่านกะดีจีน-คลองสานผ่านการทำงานที่ร้านหนังสือในย่านบ้าง?

ต้องยอมรับว่าแขกที่มาร้านหนังสือส่วนใหญ่ไม่ใช่คนในย่าน แต่นั่นก็ทำให้เราเห็นมุมมองของคนนอกว่าเค้าคาดหวังอะไรจากย่านนี้  พอเราเจอผู้คนจากที่ต่างๆ ที่มาร้านหนังสือ ทั้งคนไทยจากต่างจังหวัด ทั้งคนต่างชาติ ผมพยายามชวนเค้าพูดคุย ถามความเห็นคนที่มาที่ร้านเป็นประจำ ซึ่งจากตรงนี้เองทำให้เราเห็นย่านกะดีจีน-คลองสานจากมุมมองของผู้คนมากมายที่เข้ามาแลกเปลี่ยนทัศนคติ  ตอนนี้ผมมีหน้าที่จัดการร้านหนังสือใน scale เล็กๆ แต่มันก็ทำให้เรามองเห็นว่าเราต้องบริหารจัดการอย่างไรให้งานทุกอย่างดำเนินไปราบรื่นที่สุดแม้แต่งานที่เล็กน้อยที่สุด นี่เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเป็นผู้จัดการได้เช่นกันครับ

 

สำหรับคุณ คำว่า ศูนย์ชุมชนแปลว่าอะไร?

ศูนย์ชุมชนนี้ในทัศนคติของผม จะต้องตอบคำถามได้ตั้งแต่คำถามของเด็กน้อยคนหนึ่งที่มาถามคำถามแบบเด็ก ไปจนถึงนักท่องเที่ยวที่อยากรู้ว่าย่านนี้มีกิจกรรมอะไรบ้าง ตอบโจทย์นักเรียนที่กำลังทำรายงาน ไปจนถึงนักวิจัยปริญญาเอกหรือองค์การสหประชาชาติที่อยากทราบข้อมูลเชิงลึก ในแง่สถิติ ศูนย์นี้ต้องตอบคำถามทั้งหมดได้ เราจะต้องมีข้อมูลทั้งหมด ศูนย์จะต้องรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ส่วนข้อมูลที่ไม่เคยมีเราก็ต้องไปจัดหามา อะไรที่ไม่เคยมีใครทำ ศูนย์ฯจะเป็นคนแรกที่ค้นคว้ามาให้ได้ นี่คือหน้าที่ของศูนย์ชุมชนฯในทัศนะคติของผม ไม่ใช่แค่การประสานงาน

 

 

 

อะไรคือจุดเด่นและจุดด้อยของย่านกะดีจีน-คลองสาน ในมุมมองของคุณ?

นอกจากความสามัคคีและความหลากหลายทางอัตลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นแล้ว ปัญหาของย่านนี้คือเรื่องถนนหนทาง ผังเมืองบริเวณนี้ค่อนข้างมีปัญหา บางจุดเป็นแหล่งแออัดหรือมั่วสุม ปัญหาคนไร้บ้าน ยาเสพติด ความปลอดภัยในชุมชน ผังเมืองมีส่วนในการพัฒนาหรือลดคุณภาพชีวิตของคนได้ เพราะที่นี่บางจุดก็เป็นจุดอับ ถ้าไฟไหม้ รถดับเพลิงก็เข้าไม่ถึง ปัญหาที่จะเน้นจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยของคนในชุมชนและความเป็นส่วนตัวของคนในชุมชน เพราะในอีกไม่กี่ปี รถไฟฟ้าสายสีทองและม่วงจะผ่านแถวนี้ด้วยนั้นแปลว่า ชุมชนที่เคยเป็นย่านที่พักอาศัยกำลังจะเปิดประตูสู่โลกภายนอกอย่างเต็มรูปแบบ ไม่มีใครรู้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงที่ว่า จะเป็นยังไง อาจจะไม่เกิดอะไรขึ้น หรืออาจจะเปลี่ยนไปจนเราคาดไม่ถึง

 


หากพูดถึง กระบวนการการมีส่วนร่วมคุณคิดถึงอะไร?

การเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนครับ การมีส่วนร่วมไม่ได้แปลว่าเราต้องไปทุกงานที่ชุมชนจัด แต่การที่เราเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ทำให้ชุมชนามารถดำเนินต่อไปได้ ทำให้ชุมชนยังเป็นชุมชนอยู่ นี่เป็นการมีส่วนร่วมแล้ว เพราะถ้าวันหนึ่งไม่มีคนในชุมชนแล้ว ชุมชนนั้นก็ไม่ใช่ชุมชนอีกต่อไป แค่เราเดินไปให้อาหารเต่าที่วัดประยุร เราก็ช่วยขับเคลื่อนให้ชุมชนเป็นอย่างที่มันเป็นแล้ว คนนอกก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งได้เหมือนกัน คนที่เข้ามาซื้ออาหารละแวกนี้ หรือเดินเล่นแถวนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเช่นกัน ผมไม่อยากให้คำว่า ชุมชนสงวนไว้กับแต่คนในชุมชนหรือย่านนี้ เราไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไปในยุคปัจจุบัน เราเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกด้วยซ้ำ