อนาคต สีลม-สามย่าน เมื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเชื่อมเมือง

          ว่ากันว่ารถไฟไปถึงที่ไหน ความเจริญและเศรษฐกิจคึกคักย่อมตามไปที่นั้น

          Transit-Oriented Development: TOD คือการพัฒนาพื้นที่รอบขนส่งมวลชน ซึ่งในมุมมองของปิง-อัฑฒกร เกตุประภากร นิสิตภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชื่อว่าการพัฒนาลักษณะนี้จะเป็นรูปแบบการพัฒนาที่เกิดขึ้นในไทย ซึ่งหากจะมีถนนสักเส้นนำร่องใช้ทฤษฎีนี้ พระรามสี่คือถนนเส้นที่เหมาะมากเส้นหนึ่งได้แก่ หัวลำโพง สามย่าน สีลม ลุมพินี และคลองเตย อีกทั้งยังมีบีทีเอสศาลาแดงตั้งอยู่ ปัจจุบันเฉพาะบริเวณสีลมมีคนใช้ถึงสี่แสนคน เมื่อระบบรางที่กำลังก่อสร้างเชื่อมต่อคนทั้งฝั่งธนฯ และฝั่งพระนครเข้าด้วยกันอย่างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2572 สำนักงานจราจรและการขนส่ง กทม. (สนข.) คาดการณ์ว่าจะมีคนใช้พื้นที่นี้ถึง 1.2 ล้านคนต่อวันเลยทีเดียว

 

 

พัฒนาระบบราง-พัฒนาเมือง

          เพราะการลงทุนก่อสร้างระบบรางมีต้นทุนสูงลิบ ลำพังค่าโดยสารของผู้สัญจรไม่สามารถคืนทุนได้ในเร็ววัน แนวคิดของ TOD ที่ว่าด้วยการเพิ่มมูลค่าของพื้นที่โดยรอบเพื่อดึงดูดให้มาลงทุนจึงนิยมนำมาใช้ เพราะเมื่อมีการพัฒนาพื้นที่อย่างเหมาะสม เมื่อนั้นก็จะมีผู้ใช้บริการมากขึ้น ย่านก็จะคึกคักและผู้คนก็จะเดินทางมาบริเวณดังกล่าวด้วยระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นซึ่งถือว่าเป็น Win-win Situation ของทั้งระบบขนส่งและผู้ลงทุนโดยรอบ

          ขณะที่เอกชนหลายเจ้าเล็งเห็นศักยภาพสำคัญบนถนนแห่งนี้และอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการของตน อย่างเช่น The One Bangkok หรือ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ทว่ารัฐยังไม่มีแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องหรือดึงศักยภาพของพื้นที่ให้เต็มเปี่ยม

          ปิงจึงศึกษาพื้นที่เพื่อดูว่าหากจะพัฒนาย่านนี้ให้สอดคล้องกับ TOD มีอะไรที่ต้องทำอีกบ้าง

          ปัญหาที่เขาพบ ได้แก่ สภาพที่ไม่เอื้อต่อการเดิน ในที่นี้รวมถึงทั้งสภาพของทางเท้าและทางเดินที่ไร้ร่มเงา การที่กิจกรรมหลักมักซุกซ่อนอยู่ในถนนภายในและเป็นกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม เช่น กิจกรรมรื่นรมย์ยามค่ำคืนบนถนนสีลมที่ไม่สามารถมองเห็นได้เมื่ออยู่บนพระรามสี่ การที่บริเวณพระรามสี่เต็มไปด้วยอาคารหน่วยงานของรัฐ มีรั้วรอบขอบชิดที่ไม่เชื้อชวนให้คนมาปฏิสัมพันธ์ด้วย องค์ประกอบเหล่านี้ต่างเสริมสร้างให้พระรามสี่เป็นเพียงทางผ่าน ไม่ดึงดูดให้คนจอดแวะ และเป็นพื้นที่ที่มีการใช้รถอย่างหนาแน่น เหล่านี้คือสิ่งที่ปิงเห็นว่าควรต้องคลี่คลายให้สำเร็จ

  

NEW CULTURE

   

          เมื่อนำปัญหาของพื้นที่ในปัจจุบันมาวิเคราะห์ ปิงขมวดโจทย์งานออกมาว่าต้องการสร้างอัตลักษณ์ใหม่ในพื้นที่ โดยหัวใจของงานอยู่ที่การผสานกิจกรรมเก่าและใหม่เข้าด้วยกันให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้งาน จึงได้ออกมาเป็นพื้นที่ 4 แบบและอีก 2 ภาพลักษณ์ คือ Hangout Space พื้นที่สังสรรค์และพื้นที่พบปะ Creative Space พื้นที่นั่งทำงาน Exercise Spaceและ Greenspace ที่มาคู่กัน เพราะพื้นที่ออกกำลังกายมีทั้งรูปแบบสวนและในพื้นที่เมือง ส่วน 2 ภาพลักษณ์ที่ว่าคือมาควบคู่กับพื้นที่ที่เดินทางอย่างสะดวกสบาย (Convenience Place) และมีเอกลักษณ์น่าจดจำ (Identity Place)

 

   

 

 

          ตาม Conceptual Plan ของปิง การปรับปรุงที่เกิดขึ้นนอกจากบนถนนพระรามสี่แล้วยังเปิดโอกาสเชื่อมต่อไปยังถนนภายในเส้นที่ติดกันด้วย โดยปิงวางแผนปรับปรุงพื้นที่ผ่านเครื่องมือ 5 องค์ประกอบซึ่งจะใช้แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ได้แก่ 

 

 

Street and Platform Area: เชื่อมต่อพื้นที่ให้เดินทางได้สะดวกและมองเห็นภาพรวมของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

Façade and Footpath: ปรับปรุงให้รองรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่

1st Floor and Podium: สร้างการรับรู้ถึงกิจกรรมในพื้นที่และเชื่อมต่อสู่พื้นที่ด้านนอก

5th Floor and Above: สร้างการรับรู้ถึงกิจกรรมให้กับคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

Inside Rama 4 Road: กระจายการเชื่อมโยงของกิจกรรมออกไปสู่พื้นที่ต่อเนืjอง

          พื้นที่ทำงานของปิงเริ่มตั้งแต่บริเวณสะพานเหลืองไปจนถึงวิทยุ โดยที่แบ่งเป็นทั้งหมด 5 พื้นที่ ครอบคลุมย่านสะพานเหลือง สามย่าน ราชดำริ สีลม และวิทยุ

 

 

 

 

สะพานเหลือง: วัฒนธรรมอาหารข้างถนนใหม่

 

 

          เมื่อบ่ายแก่มาเยือน รถเข็นขายอาหารนานาชนิดตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว ไปจนขนมหวาน เริ่มตั้งร้านเรียงรายหน้าตึกแถวบริเวณสะพานเหลือง เหล่ารถเข็นเป็นทั้งแหล่งอาหารราคาจับต้องได้ของคนในพื้นที่ และเป็นร้านอาหารโปรดของทั้งคนใกล้ไกล แต่ก็ดูเหมือนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้หากบางคนก็ยังหยุดหงุดหงิดใจไม่ได้สักทีว่าจะกีดขวางทางเท้ากันไปถึงไหนกัน

          เมื่อมองอนาคตอันไม่ไกล ปิงเห็นว่าโครงการจุฬาสมาร์ตซิตี้ที่เปลี่ยนโฉมพื้นที่เป็นเป็นตึกสูง*อาจส่งผลให้สตรีทฟู้ดแถวนี้ต้องหายไป ปิงจึงเสนอไอเดียการทำ Hawker Corner รวมร้านค้าสตรีทฟู้ดไว้ด้วยกันแต่เป็นระบบระเบียบมากขึ้นเพื่อสะดวกต่อทั้งผู้กิน ผู้ขายและการจัดการ

          แม้จะเป็นตึกสูง ปิงเห็นว่ายังรักษารูปแบบห้องแถวที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ได้โดยการร่นอาคารสูงไว้ด้านหลังเพื่อให้เป็นมิตรต่อผู้เดิน ขณะเดียวกันก็เสนอให้ใช้วัสดุด้านหน้าอาคารที่โปร่งเพื่อมองเห็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในตึก

 

 

 

สามย่าน: วัฒนธรรมการพักผ่อนและเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

 

          

          ตำแหน่งที่ตั้งของสามย่านนั้นโดดเด่นเพราะมีสำนักงานหลายบริษัทตั้งอยู่ อีกทั้งยังอยู่ติดกับสถาบันการศึกษาทำให้บริเวณสามย่านที่ติดกับถนนพระรามสี่คึกคัก มีผู้คนมากมายใช้ติวหนังสือ อ่านหนังสือ และนั่งทำงาน แม้พื้นที่บางแห่งอย่างฟู้ดคอร์ตของจามจุรีสแควร์จะมีป้ายห้ามใช้พื้นที่สอนหนังสือติดอยู่ แต่ก็ไม่เป็นผลเท่าที่ควร สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าความต้องการของผู้ใช้งานมีอยู่ชัดเจน ไอเดียในการปรับเปลี่ยนพื้นที่นี้จึงเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้ นั่นคือการสร้างพื้นที่ Creative Space

 

 

          ปิงตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ด้านหน้าตึกจามจุรีสแควร์ที่ปล่อยโล่งในปัจจุบันให้ร่มรื่นยิ่งขึ้นด้วยร่มไม้เพื่อให้คนใช้พักผ่อนหย่อนใจได้จริง ส่วนบริเวณใต้ดินของลานนั้น ปิงจะเปิดพื้นที่ให้เชื่อมต่อได้จากอาคารสามย่านมิตรทาวน์โดยไม่ได้ทำเป็นแค่ทางสัญจร แต่เป็นพื้นที่ที่คนสามารถนั่งทำงานได้ ส่วนพื้นที่บนดินกับใต้ดินสามารถมองเห็นกันได้ด้วยการใช้หลังคาแบบโปร่ง เพื่อตอบโจทย์การเชื่อมต่อที่วางไว้อีกด้วย

 

สีลมและราชดำริ

 

 

      ราชดำริมีสวนลุมพินีเป็นจุดเด่นจึงเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมสุขภาวะ

      ส่วนสีลมเป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความรื่นรมย์ยามค่ำคืน

 

     

          ปิงเสนอให้จุดเด่นทั้งสองนี้ผสานกันโดยเชื่อมกันผ่านอาคารดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่มาแทนที่โรงแรมดุสิตธานีที่เตรียมให้เป็นแลนด์มาร์กใหญ่ของพื้นที่ บริเวณชั้นล่างทำเป็นสนามที่ต่ำกว่าพื้นดิน (Sunken Court) มีลักษณะเป็นสแตนด์ที่มองเห็นสวนลุมพินีได้ โดยสแตนด์นี้จะเชื่อมต่อสามระดับทั้ง MRT ระดับพื้นดิน และ BTS นอกจากใช้เพื่อเปลี่ยน-เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนแล้ว สแตนด์นี้อาจเป็นจุดนัดพบ (Urban Hangout Space) ก็ได้ หรือเป็นที่นั่งเล่นรับชมกิจกรรมก็ดี

          เพื่อให้พื้นที่ออกกำลังกายเชื่อมต่อออกไปไม่จบลงแค่ในสวน พื้นที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลจุฬาจะปรับเป็น Active Yard ลานออกกำลังเล็กๆ สร้างความเป็นมิตรกับพื้นที่ด้วย

          นอกจากนี้บริเวณดาดฟ้าของตึกแถวในถนนสีลม ปิงเสนอให้ปรับเชื่อมต่อกันเพื่อทำเป็นสวนและบาร์บนดาดฟ้าเพิ่มสีสันยามค่ำคืน

 

วิทยุ: วัฒนธรรมเมืองสีเขียว

 

     

          วิทยุคือย่านหรูหรากลางเมือง เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญอย่างสถานทูตหลายแห่งแต่กลับไม่ได้เชื่อมต่อกับ BTS โดยตรง แผนการที่ปิงวางไว้จึงคือการทำสกายวอล์กเชื่อมต่อมาจากบีทีเอสศาลาแดง และเน้นคอนเซ็ปต์การของพื้นที่สีเขียว (Green Space) 

 

 

 

          ต่อเนื่องมาจากบริเวณสวนลุมพินีบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของอีกหนึ่งตึกพาณิชยกรรมใหม่อย่าง The One Bangkok และตึกรอบๆ ที่สามารถใช้ต้นไม้สร้างหน้ากากอาคาร (Façade) ให้เป็นแบบอาคารอนุรักษ์พลังงานเพื่อลดอุณหภูมิของตึก และเพื่อให้สอดรับกับบรรยากาศโดยรอบได้

 

มากกว่าพระรามสี่

      การเติบโตที่ปิงอยากเห็นนั้นไปลึกและไกลกว่าพระรามสี่แต่รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง

      ตัวอย่างพื้นที่ที่ปิงเห็นศักยภาพคือเช่น 

 

          สถานเสาวภาที่อยู่ถัดจากจามจุรีสแควร์แต่ความคึกคักกับต่างกันไกล ปิงวางแผนให้ทลายรั้วระหว่างสองพื้นที่นี้และเปิดเป็น Outdoor Learning Space โดยคิดต่อยอดจากองค์ประกอบเดิมที่มีพิพิธภัณฑ์สภากาชาดอยู่แล้ว

 

        

          อีกพื้นที่หนึ่งคือโรงอาหารซีพี ที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงพยาบาลจุฬาฯ สถานที่ใจกลางเมืองที่คนอาจไม่ได้นึกถึงนอกเสียจากยามเจ็บไข้ได้ป่วย เพื่อให้พื้นที่นี้เปิดขึ้นจะปรับเป็นพื้นที่โรงอาหารแบบกึ่งกลางแจ้งเชื้อชวนให้ผู้คนแวะเวียนไปได้สะดวกขึ้น