เพิ่มพื้นที่สีเขียวไม่ใช่แค่สร้างสวนสาธารณะ กับโอกาสที่ถูก “ทิ้งร้าง” ของกรุงเทพฯ

โดย ชยากรณ์ กำโชค

 

ปัญหาโลกร้อนเป็นโจทย์ที่หลายเมืองทั่วโลกเผชิญร่วมกัน หนึ่งในแนวทางรับมือความท้าทายดังกล่าวร่วมกัน คือการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และวิธีการที่ถูกที่สุดคือการปลูกต้นไม้และการเพิ่มปริมาณพื้นที่สีเขียวนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มพื้นที่สีเขียวไม่ได้จำกัดเฉพาะการสร้างสวนสาธารณะ

 

ที่มา : https://www.progrss.com/sustainability/20180831/via-verde-mexico-city/

 

World Economic Forum รวบรวมวิธีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่น่าสนใจจาก 4 เมืองใหญ่ เช่น กรุงเม็กซิโกซิตีที่คลุมโครงสร้างเสาทางยกระดับด้วยต้นไม้นับพันต้น กลายเป็นสวนแนวตั้งที่สามารถดักจับฝุ่นละอองจากการสันดาปโดยไม่สมบูรณ์ของรถยนต์ เป้าหมายคล้ายเมืองอูเทรคต์ของเนเธอร์แลนด์ ที่ปรับหลังคาที่รอรถโดยสารประจำทางนับพันแห่ง ให้กลายเป็น “สวรรค์” ของผึ้งในเขตเมืองด้วยแปลงดอกไม้ขนาดเล็ก ซึ่งไม่เพียงช่วยจำกัดฝุ่นละอองในอากาศ แต่แปลงดอกไม้ยังช่วยลดมลภาวะทางเสียงได้อีกด้วย 

 

ที่มา : https://www.ecowatch.com/dutch-city-bus-stops-into-bee-stops-2639127437.html

 

ขณะที่ชาวกรุงปารีสช่วยกันคนละไม้คนละมือปลูกต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะ เช่น ทางเท้า กำแพง ดาดฟ้า และรั้วอาคาร  ไม่เพียงไม้ประดับแต่ยังรวมถึงไม้ผลและพืชที่มีเป็นมิตรกับผึ้ง แต่ห้ามใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงโดยเด็ดขาด คล้ายๆ กับเมืองร็อตเธอร์แฮมในอังกฤษ ที่พื้นที่สาธารณะหลายจุดถูกตกแต่งด้วยดอกไม้ป่าหลากสีสัน สร้างบรรยายที่เป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตในเมือง รวมทั้งช่วยลดงบฯ ค่าตัดหญ้าของเมืองได้อีกด้วย

 

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=ckC1hA_WvJs

 

ที่มา : https://twitter.com/YvonneLangley01/status/1140017873559199744

 

จะเห็นได้ว่าวิธีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทำได้หลายแนวทาง และประโยชน์ที่ได้รับก็ครอบคลุมหลายมิติ  นอกจากเป็นการรับมือปัญหาโลกร้อนแล้ว ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในเขตเมือง แถมยังทำให้คนเมืองได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต  สะสมเป็น "ทุนสุขภาพ" ในระยะยาวไว้ใช้ยามแก่ดังที่ ผศ.ดร. นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) เคยกล่าวไว้ในเวที TDRI Annul 2019 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา   

 

ขอบคุณภาพจาก TDRI 

 

กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ที่มีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่องค์กรอนามัยโลก(WHO) กำหนดที่ 7-9 ตารางเมตรต่อประชากร 1 คน ทว่า การเพิ่มสวนสาธารณะแปลงใหญ่กลางใจเมืองก็เป็นเรื่องเหนือความเป็นจริง ทั้งในเชิงพื้นที่และงบประมาณจัดสร้าง  อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการ UddC ยังย้ำเสมอว่า กรุงเทพฯ ยังมีโอกาสในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว...อย่างน้อยก็ได้อีกตั้ง 2 สวนลุมพินี หรือกว่า 600 ไร่ จากโครงสร้างทิ้งร้างที่ไม่ถูกใช้งาน (under-utilized infrastructure) เช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน ซึ่ง UddC เคยมีโครงการที่ชื่อว่า “Bangkok Low Line” แปลงพื้นที่ใต้ทางด่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในเป็น "ทางด่วนจักรยาน" เป็นทางเลือกในการเดินทางในเมืองที่รวดเร็วและเสริมสร้างสุขภาพอีกด้วย  

 

 

 

สภาวะโลกร้อน / ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่คนกรุงเทพฯ ต้องสูดเข้าระบบทางเดินหายใจทุกปี / สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นความท้าทายที่รอให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น  รับมือ แก้ไข และสร้างการเปลี่ยนแปลง “โดยทันที” เพราะทุกวินาทีที่ปัญหาถูกละเลย คือ คุณภาพชีวิตที่คนและเมืองต้องแลกด้วยเงินและ...ชีวิต

 

อ้างอิงเนื้อหา

WEF - innovative projects bringing nature back to cities around the world

https://www.facebook.com/worldeconomicforum/videos/496950484409268/UzpfSTEyMDE5Mzg3MDM6MTAyMTk3OTE5MzE0ODc3MDg/