เมืองแบ่งปัน ถอดแนวคิดเมืองโซล “ยิ่งให้ ยิ่งได้” และอำนาจต่อรองของพลเมือง

เมืองแบ่งปัน

 ถอดแนวคิดเมืองโซล “ยิ่งให้ ยิ่งได้”

และอำนาจต่อรองของพลเมือง

โดย กัญรัตน์ โภไคยอนันต์

 

การบรรยายสาธารณะ (Public Talk) โลกรอบสถาปัตยกรรมผังเมือง หัวข้อ  “เมือง:การเมือง (คนละ) เรื่องเดียวกัน” จาก ผศ. ดร. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองนคร (Urban Politics) เมื่อวันก่อน 

 

อ. พิชญ์ ได้กล่าวถึงประเด็นที่นักออกแบบเมืองและผู้นำเมืองควรให้ความสนใจและระมัดระวัง  เกี่ยวกับการนำเอารูปแบบหรือหลักการการพัฒนาจากที่ใดที่หนึ่ง หรือเมืองใดเมืองหนึ่งไปใช้กับอีกพื้นที่หนึ่ง เพราะแน่นอนว่าไม่มีพิมพ์นิยมอันใดที่จะใช้เป็นสูตรสำเร็จตายตัวของการออกแบบและพัฒนาเมืองในโลกใบนี้ ฉะนั้น การพัฒนาเมืองตามแบบฉบับใดๆ หน่วยงานและประชาชนที่เกี่ยวข้องล้วนต้องช่วยกันแสดงความคิดเห็นและออกแบบร่วมกัน 

 

รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในเมืองที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมืองและประเทศ บนเงื่อนไขแหล่งงานที่กระจุกตัวอย่างหนาแน่นในย่านใจกลางเมืองอย่าง สีลม-สาธร การเดินทางด้วยระบบรถรางจึงเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ 

 

การอยู่อาศัยบนคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ และหอพักจึงเป็นทางออกของคนบ้านอยู่ชานเมืองกรุงเทพฯ ที่ต้องยอมเสียสละเวลาการอยู่กับครอบครัวมาอยู่อาศัยในอาคารแนวตั้งเพื่อการเข้ามาทำงานได้อย่างสะดวกที่สุด (แต่ฉันว่าไม่สบายที่สุด) 

 

หลักการ “เมืองแบ่งปัน” เพื่อรักษาความสัมพันธ์และยึดโยงผู้คนในสังคม ที่กำลังถูกการแทรกแซงจากความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิต เช่น การย้ายไปอยู่อาศัยในอาคารแนวตั้ง และขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวอย่างคนในชุมชนหรือย่าน แต่เปลี่ยนไปเป็นการรวมกลุ่มแบบหมู่เกาะของคนที่มีความสนใจร่วมกันในด้านต่างๆเพียงชั่วคราว (Social Archipelago)  ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เมืองแบ่งปันจึงเกิดขึ้น คำที่ได้รับฟังจากการบรรยายของ อ. พิชญ์ ถึงแนวคิดการออกแบบเมืองอีกรูปแบบหนึ่งที่ประเทศเกาหลีใต้เป็นต้นแบบของแนวคิดนี้ 

 

 

เมืองแห่งการแบ่งปัน  (Sharing city) 

 

20 กันยายน พ.ศ. 2555  รัฐบาลกรุงโซล นำโดยนายกเทศมนตรี Park Won Soon ประกาศความคิดริเริ่มของเมืองแห่งการแบ่งปัน (Sharing city) พร้อมกับแผนการเพื่อจัดตั้งและขยายรากฐานสำหรับการแบ่งปัน เมืองแห่งการแบ่งปันในฐานะมาตรการด้านนวัตกรรมทางสังคม (Social innovation) ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ การเรียกคืนความสัมพันธ์ของคนในสังคมและเพื่อลดการสูญเสียทรัพยากร  เศรษฐกิจที่ใช้ร่วมกัน (Sharing Economy) เป็นเครื่องมือทางเลือกใหม่เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายหลัก ๆ ในเมือง 

 

 

(ที่มา : https://www.shareable.net,2019)

 

ในฐานะเมืองผู้บุกเบิกในด้านนี้กรุงโซลได้พัฒนารูปแบบการแบ่งปันที่มีประสิทธิภาพหลากหลายรูปแบบโดยการเปลี่ยนกฎระเบียบ การร่วมระดมทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพของเมืองและการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายขึ้น (Open data) เมืองนี้ยังสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะ (Public awareness) โดยการสนับสนุนบริษัทและความคิดริเริ่มในการแบ่งปันข้อมูล (Sharing information) และทรัพย์สิน (Assets)

 

 

(ที่มา : http://sharehub.kr/sharecityseoul/whatis.do,2019)

 

ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นสูง หากนับรวมพื้นที่รอบๆที่มีการขยายตัวของ Seoul Capital Area จะมีถึง 25 ล้านคน โดยแค่เฉพาะใจกลางเมืองมีคนอยู่อาศัยราวเกือบ 10 ล้านคนในปี ค.ศ. 2019  (ข้อมูลจาก world population reviews) การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ปัญหาการว่างงานและมลพิษ จากปัจจัยทั้งหมดนี้ทรัพยากรของเมืองจึงอยู่ภายใต้ความกดดันและการพยายามเปลี่ยนทัศนคติของประชาชน

 

(ที่มา : https://www.shareable.net,2019)

 

โครงการ Sharing City Seoul ช่วยสร้างเครือข่ายระหว่างบุคคลและฟื้นฟูชุมชนด้วยการแบ่งปันและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การส่งเสริมเศรษฐกิจการแบ่งปันและการสนับสนุนเพื่อการบริโภคแบบร่วมมือกันมีส่วนช่วยในการสร้างงานและทำให้เศรษฐกิจในเมืองมีความสำคัญยิ่งขึ้น ความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้ทรัพยากร

 

ตัวอย่างโครงการ Nanum Car (การแบ่งปันรถยนต์) และโครงการที่จอดรถสาธารณะของกรุงโซลเพื่อปรับปรุงการขนส่งในเมือง รูปแบบที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือ บริษัท แบ่งปันรถยนต์ SOCAR เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้ร่วมกันหนึ่งคันสามารถแทนที่รถยนต์ที่เป็นเจ้าของได้ 16.8 คัน การใช้รถยนต์ร่วมกันมีศักยภาพในการแก้ปัญหาที่จอดรถและปัญหาสิ่งแวดล้อม จากสถิติแสดงให้เห็นว่าหนึ่งในสี่ของชาวกรุงโซลเป็นเจ้าของรถยนต์ จากรถยนต์ 770,000 คันหรือ 35 เปอร์เซ็นต์ของรถยนต์ทุกคันที่เป็นของชาวกรุงโซลนั้นขับรถน้อยกว่า 7,000 กิโลเมตรต่อปี และ 330,000 คันหรือ 15 เปอร์เซ็นต์ใช้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น 

 

  

(ที่มา : http://koreajoongangdaily.joins.com,2019)



โครงการแบ่งปันบ้านเพื่อจับคู่ผู้สูงอายุที่เป็นเจ้าของบ้านด้วยห้องที่ไม่ได้ใช้งานกับนักศึกษาที่ต้องการที่พักอาศัยที่มีราคาสมเหตุสมผลจึงช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุและสร้างรายได้ประจำผ่านการเช่าห้องพักหรือนักท่องเที่ยวสามารถขอเช่าห้องที่ไม่ได้ใช้งานด้วยแนวคิดเดียวกับ Air bnb

 

 

  

(ที่มา : https://seoulsolution.kr/en/content/report-sharing-city-seoul,2016)



นอกจากนี้กรุงโซลได้เปิดชั้นใต้ดินของอาคารศาลาว่าการกรุงโซลเพื่อประโยชน์สาธารณะ เรียกว่า “Citizens Hall” ห้องใต้ดินกลายเป็นสถานที่สำหรับประชาชน (Public space) ในการพบปะผู้คน สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางวัฒนธรรม การเข้าร่วมงานโซลไอเดียเอ็กซ์โปช้อปที่ตลาดโซลและการใช้พื้นที่จัดพิธีแต่งงาน 

 

การสร้าง "Sharing City Team" ภายใต้สำนักนวัตกรรมสังคม (Social innovation) เป็นหนึ่งในขั้นตอนแรกที่สำคัญและเป็นฝ่ายเริ่มทำงานเพื่อพัฒนานโยบายและสถาบันเพื่อการแบ่งปันเมืองร่วมกับเขตท้องถิ่น (Local district) ในกรุงโซลและทำงานร่วมกับ ShareHub  โดยมี Creative Commons Korea เป็นหนึ่งในโครงสร้างที่สำคัญ

 

โครงการเมืองแบ่งปันสามารถแบ่งได้เป็นสองช่วง ในช่วงแรกรัฐบาลได้ช่วย บริษัท สตาร์ทอัพและบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างบริการแบ่งปันทั้งในแง่เงินลงทุน และกฎหมาย ในช่วงที่สองปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ เทศบาลกำลังผลักดันให้ประชาชนพัฒนาแอปพลิเคชั่นของตัวเองโดยการเปิดข้อมูลสาธารณะที่มีมูลค่าทางสังคมหรือทางเศรษฐกิจสูงใน "Open Data Plaza"

 

จากการแบ่งปันที่จอดรถที่ไม่ได้ใช้ไปจนถึงการเช่าห้องว่าง การแลกเปลี่ยนเสื้อผ้า หนังสือ อาหารไปจนถึงแรงงานและการให้ประชาชนใช้พื้นที่ว่างในที่สาธารณะหรือสิ่งอำนวยความสะดวกของรัฐบาล จะเห็นได้ว่าการสนับสนุนของรัฐบาลที่มีส่วนร่วมเชิงรุกกับสาธารณะโดยการจัดหาทรัพยากรของเมือง เช่น พื้นที่สาธารณะที่ไม่ได้ใช้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กับประชาชนและสนับสนุนการแบ่งปันรูปแบบธุรกิจทางเศรษฐกิจ

 

 

(ที่มา : https://www.koreaexpose.com,2018)

 

ในยุคสมัยแห่งเศรษฐกิจแบบแพลตฟอร์ม นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและดิจิทัลไม่ได้นำมาซึ่งโอกาสเพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกันก็ยังสร้างการเลือกปฏิบัติ ความไม่เท่าเทียม และความเหลื่อมล้ำในสังคม แพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นมีบทบาทต่อทิศทางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆและมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและการทำงานโดยเฉพาะในบริบทของเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร

 

เมืองจึงเป็นสถานที่ที่รวมเสรีภาพทางเทคโนโลยีเข้ากับการบริหารรัฐกิจแบบมีส่วนร่วม การสร้างชุมชนเมืองหากขาดจิตสำนึกร่วมที่แข็งแกร่ง เมืองต่าง ๆ จะไม่เป็นเมือง ดังที่ ศาสตราจารย์ Yochai Benkler ศาสตราจารย์ด้านการศึกษากฎหมายผู้ประกอบการที่ Harvard Law School กล่าวถึงบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคมและความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล สาธารณะชน และภาคประชาสังคมที่จะสามารถดึงอำนาจกลับมาจากแพลตฟอร์มหลักโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสและประชาธิปไตย 

เมืองแบ่งปันไม่ได้สร้างผลลัพธ์เพียงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการต่อรองอำนาจของพลเมืองที่สามารถใช้ระบบเศรษฐกิจแพลตฟอร์มในการมีส่วนร่วมออกแบบทิศทางการพัฒนาเมืองจากการเข้าถึงข้อมูลเปิดของภาครัฐที่โปร่งใสในการดำเนินการให้บรรลุประสิทธิผลอีกด้วย

 

 

อ้างอิง

http://sharehub.kr/sharecityseoul/whatis.do

https://www.matichon.co.th/columnists/news_1621115

https://labgov.city/theurbanmedialab/the-sharing-city-declaration-how-cities-are-fighting-the-uncontrolled-expansion-of-the-sharing-economy/

https://labgov.city/theurbanmedialab/sharing-city-seoul-2016-state-of-the-art-and-news/

https://www.seoulsolution.kr/en/node/6876

https://www.forbes.com/sites/federicoguerrini/2014/05/25/how-seoul-became-one-of-the-worlds-sharing-capitals/#7cee41cd601c

http://worldpopulationreview.com/world-cities/seoul-population/