Bangkok Green Bridge สีเขียวเชื่อมย่าน สะพานเชื่อมเมือง

บทความโดย ปรีชญา นวราช / ธนพร โอวาทวรวรัญญู /

ประภวิษณุ์  อินทร์ตุ่น / Noe LEBLON

 

 

ป่าสีเขียวในรั้วเหล็ก

หากพูดถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ  ที่เปรียบเสมือนปอดของพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน คงไม่มีใครไม่นึกถึง “สวนลุมพินี”  สวนสาธารณะแห่งแรกของไทย ขนาด 360 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ CBD (Central Business District) รอบล้อมด้วยถนนสายสำคัญ ได้แก่ ถนนพระรามที่ 4 ถนนราชดำริ ถนนวิทยุ และถนนสารสิน สวนลุมพินีจึงได้รับความนิยมในฐานะพื้นที่สาธารณะของคนเมือง ที่มักใช้เวลาดูแลสุขภาพหลังเลิกงาน-เลิกเรียน หรือแม้กระทั่งกลุ่มนักวิ่งมาราธอนที่มาซ้อมแข่งขัน ไปจนถึงอดีตวัยโจ๋ยุค 60-70 ที่รวมตัวกันรำไทเก๊ก ในสวนขนาดใหญ่ที่พวกเขาใช้มันในฐานะ พื้นที่ทางสังคม 

 

ที่มาภาพ : th.wikipedia.org/wiki/สวนลุมพินี

 

ถัดออกไปจากสวนลุมพินีไม่เกิน 1.5 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออก จะพบสวนสาธารณะขนาดใหญ่อีกแห่ง นั่นคือ “สวนเบญจกิติ” ขนาด 130 ไร่ ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่โรงงานยาสูบเดิม ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขนาบข้างหนึ่งด้วยถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย แม้มีขนาดย่อมกว่าสวนลุมพินีเกือบ 3 เท่า หากภาพรวมการใช้งานเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะนั่นแทบไม่แตกต่างกัน ในฐานะคนเมือง เนื้อความข้างต้นก็ฟังดูสวยหรู ไม่ได้ส่อให้เห็นถึงปัญหาใดๆ กลับดีเสียอีก ชีวิตคนกรุงเทพในฝันกับพื้นที่สีเขียวสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง 

 

จึงต้องขออภัยผู้อ่านบทความ ณ ที่นี่ หากคำถามชวนคิดข้อต่อไปจะทำให้ความฝันของคุณดับลง

 

ที่มาภาพ :  www.isranews.org/thaireform-news-environment/47843-trees.html

 

เราเดินทางไปสวนสาธารณะกันอย่างไร 

จากการทำบุคลาทิศฐาน (Persona)  โดยการสุ่มหากลุ่มตัวอย่างเพื่อนำรูปแบบของการใช้ชีวิตของกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวมาอนุมานกลุ่มคนส่วนใหญ่  พบว่า คนกรุงเทพฯ มักขับรถยนต์ส่วนตัวหรือนั่งแท็กซี่ไปจอดไว้ที่ใดที่หนึ่ง แล้วต่อขนส่งระบบรางหรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์ (พาหนะคู่ทุกข์คู่ยาก) ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ 

คำถามต่อมาจึงเกิดขึ้น

หากวัตถุประสงค์หลักของการเดินทางคือเพื่อไปออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เหตุใดเราไม่เริ่มการออกกำลังกายของเราตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากบ้านหรือที่ทำงานเลยหล่ะ? 

นั่นเป็นเพียงทางเลือกในอุดมคติ หรือ เมืองสามารถทำให้มันเป็นจริงได้? 

ดังนั้น โครงสร้างพื้นฐานของเมืองหรือที่เรารู้จักกันในบทบาทของถนนหนทางนั้น เอื้ออำนวยต่อการเดินทางไปสวนสาธารณะหรือไม่? แล้วเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะสร้างโครงข่ายการเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวชิ้นต่างๆ ในกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นโครงข่ายสีเขียว (Green Infrastructure) ที่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงภายในรั้วเหล็กของสวนสาธารณะ?

 

ของขวัญจาก กทม. และ สัญญาณที่ดีของคนกรุง

หลายคนอาจไม่เคยทราบว่า ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร ระหว่างสวนลุมพินี เขตปทุมวัน และ สวนเบญจกิติ  เขตคลองเตย ได้รับการเชื่อมต่อด้วยโครงการทางจักรยานลอยฟ้า เชื่อมจากบริเวณทางออกฝั่งถนนวิทยุของสวนลุมพินี ตัดตรงผ่านพื้นที่ที่มีความซับซ้อนในเชิงมิติทางเศรษฐกิจและสังคม จากบริเวณใจกลางแหล่งสำนักงานและพาณิชยกรรมที่เต็มไปด้วยกลุ่มนักธุรกิจและคนทำงาน เข้าสู่ย่านที่อยู่อาศัยหลากหลายระดับตั้งแต่บริเวณซอยร่วมฤดี สู่ย่านชุมชนร่วมฤดี หลังโบสถ์มหาไถ่ ในละแวกใกล้เคียงกับมัสยิดอินโดนีเซีย ตัดผ่านข้ามทางด่วนเฉลิมมหานครแล้วเริ่มเข้าสู่บรรยากาศแห่งความสงบของธรรมชาติอีกครั้งบริเวณด้านหลังของโรงงานยาสูบ

 

 

สวนลุมพินี (ซ้าย) สวนเบญจกิติ (ขวา)

 

ปัจจุบัน ทางลอยฟ้าแห่งนี้ได้อำนวยความสะดวกและทำหน้าที่เชื่อมเส้นทางเดินและจักรยานผ่านหลังคาบ้านเรือนนับร้อย ผ่านคลองสำคัญ ศาสนสถานรวมถึงชุมชนที่มีคุณค่าเก่าแก่มากมาย โดยมีลักษณะเป็นทางเชื่อมยกระดับคอนกรีตร้อนที่มีการใช้งานอยากพลุกพล่านเพียงช่วงเวลาเช้าตรู่และยามเย็น และแทบไม่มีการใช้งานหรือถูกหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางในช่วงวันเนื่องจากความร้อนระอุของเมืองร้อน ไร้ซึ่งร่มเงา หรือโครงสร้างกันแดดกันฝน และความอันตราย ซึ่งกลายเป็นแหล่งมิจฉาชีพเนื่องจากแสงไฟที่ริบหรี่จากเสาไฟห่าง และทางเข้าออกของเส้นทางที่อยู่ห่างกันจนเกินต่อการหลีกภัย และมีทางเข้า-ออกเพียง 6 จุด ยิ่งส่งผลให้เส้นทางแห่งนี้สามารถพลิกตัวเป็นกับดักโจรได้โดยง่าย!  

 

 

ความหลากหลายของคนเมืองบนเส้นทางสาธารณะ

แน่นอนว่าเมืองเป็นพื้นที่ที่รวมความหลากหลายของผู้คนเอาไว้ กรุงเทพมหานครก็เช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมืองชั้นในและย่านธุรกิจของเมือง ที่มักจะเป็นแหล่งที่มีการกระจุกตัวของความหลากหลายสูง ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงในเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม พื้นที่สาธารณะของเมืองก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่เปิดให้กลุ่มคนที่หลากหลายสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ และพยายามที่จะลดความเหลื่อมล้ำของคุณภาพชีวิตคนเมือง 

 

แม้เป็นเส้นทางสาธารณะที่ได้รับความนิยมจากคนเมืองหลากหลายกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย หมุนเวียนใช้งานอยู่เสมอ  และถูกใช้งานผสมผสานหลากหลายรูปแบบอย่างลงตัว เช่น เป็นเส้นทางเดินลัดของนักธุรกิจและผู้ใช้แรงงานจากที่พักอาศัยไปที่ทำงาน หรือเป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ของเด็กๆ ในชุมชน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวลึกลับของนักท่องเที่ยว  แต่กลับยังมีเสียงสะท้อนว่า เส้นทางแห่งนี้ยังไม่ปลอดภัย สะดวกสบาย และมีคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร

 

 

เส้นแบ่งความเป็นสาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคลที่เลือนลาง

อย่างที่เกริ่นข้างต้นว่า ทางเดินลอยฟ้าแห่งนี้พาดผ่านชุมชนนับร้อยหลังคาเรือน ในลักษณะที่แนบสนิทกัน ผู้สัญจรสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนบุคคลของชุมชนได้ผ่านสายตา จึงกล่าวได้ว่า เส้นทางแห่งนี้ได้ทำให้เส้นแบ่งความเป็นพื้นที่สาธารณะกับพื้นที่ส่วนบุคคลเลือนลางไป แน่นอนย่อมส่งกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชาวชุมชน  บางบ้านก็ต้องปิดหน้าต่างเพื่อไม่เห็นคนที่ผ่านมาเห็นพื้นที่ส่วนบุคคลด้านใน บ้างต้องติดลูกกรงลวดหนามที่ทำให้ลดถอนความสวยงามของบ้านลง บางบ้านก็ต้องหาแผ่นสังกะสีมากั้นไม่ให้มองเห็นอันเป็นส่วนที่ทำให้เกิดการขวางทิศทางลม 

 

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่ใช้พื้นที่เป็นประจำคือชาวชุมชนมากกว่ากลุ่มขาจร  พฤติกรรมที่พบเห็นได้ชัดจากการใช้งานพื้นที่สาธารณะคือ ชาวชุมชนมักสร้างพื้นที่เฉพาะตัวและอาณาเขตครอบครองของตนเองขึ้น ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตา แต่สามารถรับรู้ได้จากการแสดงออก เมื่อมีบุคคลอื่นรุกล้ำเข้ามา อาทิ กลุ่มเด็กๆ ในชุมชนมักจะมารวมกลุ่มกันบริเวณที่มีที่นั่งบนเส้นทางเพื่อพบปะและเล่มเกมกัน หากมีบุคคลอื่นเดินผ่านไป เด็กเหล่านั้นก็ยังจะดำเนินกิจกรรมตามปกติ แต่ถ้าบุคคลอื่นนั่งลงในบริเวณนั้นด้วยก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองบางอย่างขึ้น และนั่นหมายถึงมีการรุกล้ำพื้นที่เฉพาะตัวของบุคคลนั้นๆ 

 

จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า ระยะห่างของความเป็นพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคล รวมถึงอาณาเขตครอบครองตามกลุ่มสังคมนั้น เป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการออกแบบพื้นที่สาธารณะของเมืองที่เป็นแหล่งรวมทุกความหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน

 

 

ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่

ผู้ใช้งาน :

- ผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนมีการใช้ทางจักรยานลอยฟ้าในการเดินทางจากบ้านไปยังที่ทำงานเป็นหลัก ในส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนวิทยุและชุมชนร่วมฤดี

- ผู้ที่มาออกกำลังกายและปั่นจักรยาน เป็นกลุ่มผู้ใช้งานเส้นทางทั้งสายเพื่อเชื่อมต่อสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ

ศาสนา :

ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ของผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้จะนับถือศาสนาพุทธ ก็ยังมีมัสยิดตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน รวมถึงโบสถ์ของศาสนาคริสต์ด้วย

ความมั่งคั่ง :

พื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ชุมชนมีการต้อนรับคนทุกระดับชั้น รวมถึงเป็นที่อยู่อาศัยหลักของคนงานก่อสร้างที่ทำงานในโครงการแถวถนนพระราม 1 ในขณะที่รายล้อมไปด้วยคนชนชั้นกลางระดับสูงไปจนถึงคนมีฐานะมั่งคั่งของย่านเพลินจิต

 

ชุดความคิดในการออกแบบ

การเพิ่มพื้นที่สีเขียว :

ชะลอการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพราะข้อเสนอใหม่นี้จะเติมเต็มพื้นที่ไปด้วยสีเขียว แนวคิดนี้จะมีการดำเนินการทำให้พื้นที่เป็นพื้นที่สีเขียวก่อนแล้วจึงสร้างทางเดินและทางจักรยาน

โครงสร้างทางจักรยานลอยฟ้า :

การออกแบบทางจักรยานลอยฟ้า สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือการออกแบบโดยคำนึงถึงโครงสร้างทางวิศวกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพพื้นที่ต่อไปในอนาคต

ชุมชนร่วมฤดี :

ผู้อยู่อาศัยในชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของของสะพาน เพื่อความสะดวกในการใช้งานกับบุคคลภายนอก ผู้คนในชุมชนจะต้องได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ

 

 

การพัฒนาทางเดินจักรยานลอยฟ้า

ทางเดินจักรยานลอยฟ้าในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางสังคม ทำให้เกิดพื้นที่การใช้งานที่หลากหลาย ในประเทศฝรั่งเศส แนวคิดในการออกแบบพื้นที่ทางจักรยานลอยฟ้า ให้รองรับกิจกรรม และพื้นที่ที่หลากหลาย การสร้างพื้นที่สีเขียวให้เชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ในชุมชน หรือผู้ที่สัญจรไปมา เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างให้เกิดประโยชน์ แนวความคิดในการพัฒนาทางจักรยานลอยฟ้า เป็นการสร้างโครงข่ายการเชื่อมพื้นที่พื่อเชื่อมโยงพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ทางเข้าพื้นที่ชุมชนให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อเกิดการใช้งานอย่างทั่วถึง การออกแบบเพื่อความปลอดภัย ถือเป็นวัตถุประสงค์หนึ่งของการออกแบบ ส่วนวัตถุประสงค์อื่น ๆ จะครอบคลุมไปถึงเรื่องของความสามารถนำไปใช้งานได้จริง ความสวยงาม ราคา และรูปแบบหน้าที่การทำงานของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น โดยการออกแบบเพื่อความปลอดภัย เป็นกระบวนการที่จะบรรลุความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่ทางจักรยานลอยฟ้าให้มีความปลอดภัย และน่าใช้มากยิ่งขึ้น

 

โครงข่ายสีเขียวที่ไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้และแต่งหน้าทาปาก

ดังนั้น ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) จึงได้ศึกษาสำรวจพื้นที่ทางจักรยานลอยฟ้า ที่สามารถเป็นอะไรได้มากกว่าทางเดินยกระดับ  สามารถใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหา และสร้างการเชื่อมต่อที่ปลายทาง เพื่อสามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้น (User Analysis) โดยการออกแบบนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามรูปแบบของบริบทพื้นที่ (Surroundings) ที่สามารถสร้างให้เกิดประสบการณ์และกิจกรรมตลอดการเดินที่หลากหลาก ผ่านรูปแบบของการออกแบบทางภูมิทัศน์ และการออกแบบอุปกรณ์ตกแต่ง โครงสร้างกันแดดกันฝน พืชพรรณ ที่ไม่ได้เป็นเพียงมาตรฐาน แต่ต้องให้อะไรที่มากกว่าความสวยงาม และตอบรับกับความต้องการและรูปแบบวิถีชีวิตของกลุ่มคนโดยรอบทำให้เกิดการเชื่อมต่อในหลากมิติ ในเชิงกายภายที่จะเชื่อมทางจักรยานนี้เข้ากับเนื้อเมืองบริเวณโดยรอบอย่างไร้รอยต่อ (Urban Connector) 

 

 

ในขณะเดียวกันการออกแบบพื้นที่ชั้นลอยและชั้นล่างของโครงสร้างจะต้องมีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ (Maximize utilisation) และสร้างให้เกิดการเอื้ออำนวยต่อการเดินขึ้นลงของทุกกลุ่มทุกวัย (Universal Design) นอกจากนี้ใช้มิติของเศรษฐกิจ ทางจักรยานลายฟ้านี้จะต้องเป็นทางแห่งโอกาสที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเข้าถึงพื้นที่ และสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจชุมชน และสุดท้ายในมิติของสังคม ทางนี้จะสร้างให้เกิดพื้นที่ทางสังคมที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์ของคนภายในและระหว่างพื้นที่ 

 

 

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าการจะออกแบบพื้นที่ทางเดินสาธารณะที่ดีแห่งหนึ่งได้ คงจะไม่ได้เกิดจากมุมมองในเรื่องของพืชพรรณ หรือการออกแบบที่ได้แนวคิดมาจากสถาปนิก หรือกรณีศึกษาในต่างประเทศเพื่อตอบโจทย์ความพึงพอใจของกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว หากแต่ต้องคำนึงถึงการออกแบบในบทบาทของการเป็นโครงสร้างหนึ่งของเมืองที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์มิติทางด้านผังเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การออกแบบความสวยงาม หรือแต่งหน้าทาปากเพียงเท่านั้น ถึงจะช่วยสร้างให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง