Made in Yaowarat ออกแบบสตรีทฟู้ด เป็นมิตรกับคนสัญจร คนขาย คนกิน

ภาพประกอบบทความจากผลงานของ ปาลิตา จันทร์ทวีทรัพย์

 

รถเข็นอยู่บนทางเท้า-คนเดินบนถนน

คนเดินบนถนน-รถเข็นอยู่บนทางเท้า

ทั้งคนและรถเข็นอยู่บนทางเท้า

 

เหล่านี้ล้วนคือรูปแบบการจัดระเบียบทางเท้าที่ผ่านมาบนถนนสตรีทฟู้ดชื่อดังอย่างเยาวราช แต่ไม่ว่าจะแบบไหนสุดท้ายถนนสายนี้ก็หนีไม่พ้นสภาพการจราจรไม่คล่องตัว ไม่ว่าจะเป็นจราจรบนทางเท้าหรือจราจรบนท้องถนนก็ตาม

ประเด็นนี้เป็นที่สนใจของบิ้ว-ปาลิตา จันทร์ทวีทรัพย์ นิสิตภาควิชาการวางแผนภาพและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อยากแก้ไขปัญหาสุดคลาสสิกของการตั้งร้านค้าสตรีทฟู้ดภายใต้แนวคิด ความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety), การแก้ไขปรับปรุงพื้นที่ (Rehabilitation) และเศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Economy)

 

นิเวศแผงลอย

 

   

จุดรวมขยะ

 

จากการสำรวจของบิ้วพบว่านิเวศของบรรดารถเข็นมีองค์ประกอบต่อไปนี้

- จุดรวมขยะ: จุดรวมขยะใหญ่ 2 จุด

- สาธารณูปโภค: น้ำ ไฟ ที่มักเชื่อมต่อมาจากร้านในตึกแถวหรือโรงแรมและจ่ายเป็นรายเดือน

- พื้นที่จัดเก็บรถเข็น: บ้างจัดเก็บในที่พักอาศัย บ้างจอดไว้ในตรอกซอกซอยไม่ไกลกับจุดขาย

- พื้นที่ซักล้าง: มีทั้งแบบรวมและแบบแยก โดยตำแหน่งที่ตั้งมีทั้งริมถนนและเข้าซอย

ปัจจุบันนอกจากเยาวราชถนนหลักแล้ว บนถนนย่อยบางสาย อย่างซอยเหล่งป๋วยเอี๊ยะ ซอยผดุงด้าวและซอยเยาวราช 11 ก็มีการกระจุกตัวของแผงลอยที่ค่อนข้างหนาแน่นเช่นกัน

บิ้วเชื่อว่าการแบ่งโซนบริการและจัดเก็บแผงลอยให้เป็นที่เป็นทางจะทำให้ลดปัญหาจราจร อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นระบบระเบียบให้สตรีทฟู้ดอยู่คู่กับเมืองได้อย่างลงตัวยิ่งขึ้น ด้านคนขายก็ขายง่ายขายคล่อง ส่วนคนซื้อก็เดินเที่ยวได้สะดวก

 

 

จัดกลุ่มแผงลอย

 

 

จากการเก็บข้อมูลของบิ้วพบว่าประเภทของแผงลอยแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่แบบที่ใช่ และไม่ใช่อาหาร ส่วนที่เป็นอาหารมีทั้งที่ต้องปรุงและไม่ต้องปรุง ซึ่งบิ้วพบว่าประเภทของแผงลอยสัมพันธ์กับพื้นที่ที่ต้องการ

ในขณะที่ปัจจุบันถนนหลักอย่างเยาวราชควรต้องมีความคล่องตัวสูงเพราะมีคนสัญจรไปมาเยอะ บิ้วเสนอให้บนถนนสายนี้เน้นการตั้งร้านค้าแบบไม่ปรุง อย่างเช่น ร้านขายผลไม้ เกาลัด นม ขนมหวาน เป็นต้น เพราะใช้พื้นที่ไม่มาก

ส่วนร้านที่ต้องอาศัยการปรุงหรือต้องการใช้พื้นที่ เช่น ซีฟู้ด ก๋วยเตี๋ยว อาหารจีนอื่นๆ บิ้วเห็นว่าควรเข้าไปอยู่ในถนนย่อยแทน ซึ่งในการย้ายบิ้วเล่าว่าต้องพยายามให้แต่ละร้านค้าอยู่ใกล้ที่เดิมมากที่สุด และต้องใช้วิธีที่ประนีประนอมทั้งต่อผู้ค้าและคนจัดการ ทั้งนี้จะมีการเสริมป้ายและสัญลักษณ์บอกทางตกแต่งด้วยกลิ่นอายของความเป็นจีนซึ่งให้ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของร้านค้า อำนวยความสะดวกคนมาเดินด้วย

 

ออกแบบ Chinese Street Food Culture Paradise

 

สิ่งหลักที่บิ้วเห็นว่าควรทำคือปรับปรุงทางเท้า เปลี่ยนพื้นที่ว่างในอาคาร ปรับปรุงหน้าอาคารให้สวยขึ้น หรือปรับการใช้งาน (Use) ในอาคาร

บิ้วคาดการณ์ว่าในอนาคตถนนเส้นนี้จะคึกคักด้วยการเดินที่มากขึ้นจากการที่รถไฟฟ้าใต้ดินวัดมังกรที่คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปีนี้ ส่วนการใช้รถยนต์ส่วนตัวเข้ามาในพื้นที่น่าจะลดน้อยลง ซึ่งอีกหนึ่งผลพลอยได้คือซอยแปลงนาม-ซอยที่ทะลุจากรถไฟฟ้าเข้าสู่เยาวราชจะมีผู้คนสัญจรไปมามากขึ้นจึงเป็นอีกเส้นที่มีศักยภาพเติบโตไม่กีดขวางการจราจรหลัก

 

- เยาวราช 11: เนื่องจากในตึกมีการใช้งานค้าขายอยู่แล้วจึงจะเปิดพื้นหน้าตึกส่วนหนึ่งให้เชื่อมต่อกับแผงลอยมากขึ้นเพื่อสนับสนุนกันและกัน

 

- ถนนผดุงด้าว: ใช้หลักการแทรกซึมในอาคาร ขยับแผงลอยส่วนหนึ่งเข้าไปในอาคารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของตึก

 

- ถนนแปลงนาม: ถนนเส้นที่ต่อมาจากรถไฟฟ้าก่อนเข้าถนนเยาวราช บิ้ววางไว้ให้พื้นที่ดาดฟ้าของอาคารบนถนนเส้นนี้สามารถเปลี่ยนเป็นพื้นที่แฮงเอาต์แห่งใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า นอกจากนี้ยังสร้างลักษณะเฉพาะของพื้นที่ และสร้างเอกลักษณ์ที่น่าจดจำให้กับพื้นที่ด้วย

ซอยผดุงข้าว

ซอยแปลงนาม-เยาวพานิชย์

ซอยเยาวราช 11-เหล๋งป๋วยเอี๊ยะ

 

ไม่เพียงแค่ปรับลักษณะซอยให้เหมาะกับการใช้งาน บิ้วเสนอไอเดียในการสร้างลักษณะพิเศษให้โดดเด่นในแต่ละซอยเพื่อที่เป็นที่จดจำและสะดวกต่อการสื่อสารบอกตำแหน่งมากขึ้น เช่น เสนอให้อาคารบริเวณผดุงด้าวปรับหน้ากากอาคารเป็นแบบโรงเตี๊ยม เป็นต้น

 

นอกจากการปรับปรุงเรื่องตำแหน่งและการจัดวางร้านค้าแผงลอยแล้ว บิ้วออกแบบมาครบทั้งนิเวศ เธอจึงออกแบบเรื่องที่ซักล้างและที่เก็บรถเข็นด้วยโดยใช้พื้นที่ว่างในอาคารที่เป็นลานโล่งเพื่อการนี้ซึ่งช่วยให้ทิศทางการไหลเวียน (Flow) กิจกรรมของพ่อค้าแม่ขายเป็นระเบียบขึ้น โดยที่พื้นที่ขายอยู่บนถนนหลักหรือย่อยซึ่งเป็นส่วนนอกสุด พื้นที่ซักล้างและพื้นที่เก็บรถเข็นอยู่ส่วนในที่ติดกันตามลำดับ

เมื่อพื้นที่ซักล้างออกแบบเป็นพื้นที่รวมทำให้สะดวกต่อการติดตั้งระบบที่ถูกสุขลักษณะยิ่งขึ้น เธอไม่ลืมที่จะวางแผนเรื่องตะแกรงดักเศษอาหารและถังดักไขมันเข้าไปในงานด้วย

ส่วนเรื่องสาธารณูปโภคบิ้วหยิบยกโมเดลของไต้หวันที่จ่ายน้ำและไฟผ่านท่อใต้ดินมาใช้ซึ่งคาดว่าจะเป็นระบบระเบียบมากขึ้น

บิ้วคิดว่าหากทดลองที่เยาวราชแล้วสำเร็จ โมเดลบางส่วนอาจสามารถนำไปใช้ที่อื่นที่ต้องการจัดระบบเรื่องสตรีทฟู้ดได้ด้วย

“การจัดโซนนิ่งอาจต้องศึกษาแต่ละพื้นที่เพราะแต่ละที่มีธรรมชาติของตัวเอง แต่การใช้ลักษณะการแบ่งประเภทรถเข็น ประเภทอาหารอาจจะเป็นตัวช่วยในการจัดวางที่ง่ายขึ้น” เธอบอก